
เอ็นริเก บราวน์ ว่าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของโคคา-โคล่า (Coca-Cola) เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (10 ก.พ.) ว่า บริษัทจำเป็นต้องเร่งกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในขณะที่บริษัทอาหารแปรรูปทั่วโลกกำลังเร่งปรับตัวเพื่อให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่สินค้าน้ำตาลน้อย และกระแสความนิยมยาลดน้ำหนักที่กำลังมาแรง
บราวน์ ซึ่งมีกำหนดเข้ารับตำแหน่งซีอีโอในช่วงปลายเดือนมี.ค. กล่าวในการประชุมแถลงผลประกอบการว่า “เราต้องเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้นและนำสินค้าออกสู่ตลาดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น”
โคคา-โคล่าคาดการณ์ว่า การเติบโตของรายได้ในปี 2569 จะชะลอตัวลง หลังจากผลประกอบการไตรมาสที่ 4/2568 ออกมาต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากความต้องการเครื่องดื่มน้ำอัดลมในตลาดอเมริกาเหนือและเอเชียเริ่มอ่อนตัว
บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้จากการดำเนินงาน (Organic Revenue) ในปี 2569 จะเติบโต 4-5% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 5.3% และต่ำกว่าการเติบโต 5% ในปี 2568
“แม้เราจะมีความคืบหน้าในแง่ความสำเร็จโดยรวมตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่นวัตกรรมของเราในปัจจุบันยังไม่ถึงจุดที่ควรจะเป็น” บราวน์กล่าวเสริม
สำหรับปริมาณการขาย (Unit Case Volume) โดยรวมของโคคา-โคล่าเพิ่มขึ้น 1% ในไตรมาสที่ 4/68 ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ภาพรวมทั้งปีทรงตัว โดยได้ปัจจัยหนุนจากราคาที่ปรับขึ้น 4% ตลอดทั้งปี
ผู้บริหารระบุว่า ปริมาณการขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทรงตัวในไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์ท้องถิ่น โดยเฉพาะในจีนและอินเดียที่ยอดขายชะลอตัว
โคคา-โคล่ารายงานรายได้ไตรมาสที่ 4/68 อยู่ที่ 1.182 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 1.203 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนกำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 58 เซนต์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 56 เซนต์ จากข้อมูลของ LSEG
นอกจากนี้ บริษัทยังคาดการณ์ว่ากำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้วรายปีจะเติบโต 7-8% เทียบกับความคาดหวังของตลาดที่มองว่าจะเติบโต 7.9%
ทางด้านคู่แข่งอย่างเป๊ปซี่โค (PepsiCo) ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า บริษัทกำลังเดิมพันกับสินค้าขนาดบรรจุภัณฑ์เล็ก (Single-serve) เพื่อกระตุ้นยอดขายขนมขบเคี้ยว ซึ่งเป็นอีกสัญญาณบ่งชี้ว่า บริษัทอาหารแปรรูปกำลังเตรียมรับมือกับรสนิยมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
ราคาหุ้นของโคคา-โคล่าปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ -1.49% ทั้งนี้ ในปี 2568 หุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้นราว 12% และทำผลงานได้ดีกว่าเป๊ปซี่โคในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ที่ผ่านมา โคคา-โคล่าได้ปรับขึ้นราคาสินค้าเครื่องดื่มเพื่อชดเชยต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่การดำเนินการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในสหรัฐฯ ที่เผชิญภาวะเงินเฟ้อและกำลังมองหาทางเลือกที่ราคาย่อมเยากว่า
เมื่อปีที่แล้ว โคคา-โคล่าได้เปิดตัวกระป๋องมินิขนาด 7.5 ออนซ์ ในราคาต่ำกว่า 2 ดอลลาร์ตามร้านสะดวกซื้อในสหรัฐฯ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้น้อยและดึงดูดให้ผู้บริโภคทดลองสินค้ามากขึ้น
ขณะเดียวกัน เป๊ปซี่โคเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เตรียมลดราคาสินค้าขนมขบเคี้ยวหลัก เช่น เลย์ (Lay’s) และโดริโทส (Doritos) หลังผู้บริโภคเริ่มต่อต้านการขึ้นราคาหลายรอบในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)





