หุ้นไทยปิดเช้าลบ 4.03 จุด รับแรงขายทำกำไรหวั่นการเมืองป่วนหลังเจอปัญหาบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

SET ปิดเช้าวันนี้ที่ 1,437.50 จุด ลดลง 4.03 จุด (-0.28%) มูลค่าซื้อขายราว 36,198 ล้านบาท นักวิเคราะห์ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้ย่อตัวเริ่มมีแรงทำกำไรหลังวิ่งไปแล้ว 87 จุดขึ้นมาเร็วและการเมืองเกิดความความไม่แน่นอนเมื่อพบบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดอาจนำไปสู่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ กลายเป็นปัจจัยกดดันตลาดจนกว่าจะชัดเจน แต่ยังพอเห็นแรงเก็งกำไรหุ้นรายตัวที่เคยอยู่ในโซนต่ำและผลประกอบการดี แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งอยู่ในแดนลบไม่เกิน 5 จุด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดเช้าวันนี้ที่ 1,437.50 จุด ลดลง 4.03 จุด (-0.28%) มูลค่าซื้อขายราว 36,198 ล้านบาท

การซื้อขายช่วงเช้าดัชนีแกว่งในแดนลบ โดยทำจุดต่ำสุด 1,433.16 จุด และจุดสูงสุด 1,443.16 จุด

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงเริ่มมีแรงขายหลังดัชนี SET ขึ้นมาแล้ว 87 จุดตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง และตอบรับแนวโน้มจะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพแข็งแกร่ง แต่ระยะสั้นมีแรงขายทำกำไรจากตลาดหุ้นไทยขึ้นไปเร็วมากถึง +6.4%

ขณะที่การเมืองเริ่มเกิดความไม่แน่นอน เพราะการเลือกตั้งรอบนี้ยังไม่ได้ประกาศผล 100% ทั้งที่การเลือกตั้งในอดีตปี 62 และปี 66 ใช้เวลา 4 วันและ 1 วันตามลำดับ แต่รอบนี้ผ่านไป 5 วันแล้วยังไม่ประกาศ นอกจากนั้น ยังมีประเด็นความเสี่ยงเลือกตั้งใหม่ หลังจากพบบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดที่สามารถสืบค้นไปได้ว่าผู้ใช้สิทธิคนใดเลือกพรรคใด ซึ่งถือว่าผิดกฏหมายเลือกตั้ง

นายกิจพณ คาดว่าสถานการณ์การเมืองแบบนี้ยังกดดันตลาดต่อไปจนกว่าจะมีความชัดเจน หรือมีการแก้ไข ส่งผลให้ตลาดผันผวน และมีแรงขายทำกำไรออกมา

นอกจากนั้น การปรับขึ้นตลาดหุ้นไทยในช่วงก่อนหน้านี้สอดคล้องกับหุ้นขนาดใหญ่ และหากเทียบเคียงดัชนี SET กับ PTT, PTTEP มีทิศทางเดียวกันและวันนี้หุ้นพลังงานชนแนวต้าน ระบุว่าปัจจัยบวกตลาดหุ้นไทยเป็นผลจาก Fund Flow ไหลเข้ามา และเมื่อใกล้ 1,450 จุดมีแรงขายออกมา

แนวโน้มช่วงบ่ายคาดว่าตลาดฯ น่าจะแกว่งอยู่แดนลบไม่เกิน 5 จุดแม้จะมีแรงขายทำกำไรออกมา แต่บรรยากาศเก็งกำไรหุ้นรายตัวก็ยังดี ราคาหุ้นหลายตัวอยู่ในโซนต่ำเมื่อผลประกอบการออกมาดีก็มีแรงเก็งกำไรเข้ามา อย่างไรก็ดี ตลาดเข่าสู่โหมดระมัดระวัง กับความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้ง

พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,440 จุด แนวต้าน 1,460 จุด

 

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,507.36 ล้านบาท ปิดที่ 196.50 บาท ลดลง 2.00 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,171.97 ล้านบาท ปิดที่ 35.75 บาท ลดลง 0.25 บาท

BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,835.65 ล้านบาท ปิดที่ 164.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

BDMS มูลค่าการซื้อขาย 1,794.39 ล้านบาท ปิดที่ 21.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท

GULF มูลค่าการซื้อขาย 1,771.08 ล้านบาท ปิดที่ 58.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.พ. 69)