
สื่อต่างชาติรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า เขาจะสนับสนุนให้อิสราเอลโจมตีโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านล้มเหลว
สำนักข่าวซีบีเอส (CBS News) รายงานว่า ทรัมป์เปิดเผยถ้อยแถลงดังกล่าวระหว่างการพบปะกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ณ รีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก ในรัฐฟลอริดา เมื่อเดือนธ.ค.
รายงานยังเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่กองทัพและข่าวกรองสหรัฐฯ ได้หารือกันถึงแนวทางที่สหรัฐฯ สามารถช่วยเหลืออิสราเอลในการดำเนินปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศให้กับเครื่องบินของอิสราเอลและช่วยประสานงานขออนุญาตบินผ่านน่านฟ้าจากประเทศที่เกี่ยวข้องในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม จอร์แดน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนต่อสาธารณะว่าจะไม่อนุญาตให้มีการใช้น่านฟ้าของตนเพื่อการโจมตีอิหร่าน และไม่อนุญาตให้อิหร่านใช้พื้นที่ในการโจมตีประเทศอื่นเช่นเดียวกัน
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวระหว่างการเยือนสโลวาเกียในวันอาทิตย์ (15 ก.พ.) ว่า ตนยังคงยึดแนวทางการแก้ปัญหาความตึงเครียดกับอิหร่านผ่านช่องทางทางการทูตเป็นลำดับแรก
ทั้งนี้ การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบที่ 2 คาดว่าจะจัดขึ้น ณ กรุงเจนีวา ในวันอังคารนี้ (17 ก.พ.) โดยรูบิโอยืนยันว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ จะเป็นตัวแทนของสหรัฐฯ ในการเจรจาครั้งนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 69)





