สภาพัฒน์ เซอร์ไพร์ส!! GDP ไตรมาส 4/68 โต 2.5% เกินคาด ชี้ลงทุนรัฐ-เอกชนเร่งตัวแรง

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 4/68 ขยายตัว 2.5% เร่งขึ้นจากการขยายตัว 1.2% ในโตรมาส 3/68

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 ขยายตัวได้มากกว่าที่คาดไว้ที่ 1% เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการเร่งตัวขึ้นค่อนข้างแรงของเครื่องชี้ในหลายตัว โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ที่ขยายตัวได้ถึง 11.2% ตลอดจนการลงทุนของภาครัฐ ที่ขยายตัวได้ถึง 13.3% ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของหน่วยงานราชการต่าง ๆ และการลงทุนของภาคเอกชน ที่ขยายตัวได้ 6.5%

พร้อมเชื่อว่า การที่เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 เติบโตได้สูงกว่าที่คาดการณ์นี้ เป็นผลมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า

“เดิมเราคาดการณ์เป็นการภายในไว้ว่า GDP ไตรมาส 4/68 จะขยายตัวได้ 1% แต่ข้อมูลจริง กลับพบว่าในไตรมาส 4 มี indicator หลายตัวที่ขึ้นมาค่อนข้างแรง โดยเฉพาะภาคการก่อสร้าง การลงทุนของรัฐ และเอกชน ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการเร่งรัดเบิกจ่าย ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในการลงทุนให้แก่ภาคเอกชน การหาตลาดใหม่ และการที่เอกชนเร่งลงทุน จึงทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 โตกว่าที่คาดไว้มาก” นายดนุชา ระบุ

นอกจากนี้ การขยายตัวได้ดีของเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 ยังเป็นผลจากการปรับตัวดีขึ้นของภาคนอกเกษตร ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและกลุ่มบริการ โดยเฉพาะสาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม สาขาการทำเหมืองแร่ และเหมืองหิน สาขาการก่อสร้าง สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า และสาขาการขายส่งและการขายปลีก ขณะที่ภาคเกษตรชะลอลง

ด้านการใช้จ่าย อุปสงค์ในประเทศปรับตัวดีขึ้น ทั้งการอุปโภคบริโภคขั้นสุดท้ายของเอกชน การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคขั้นสุดท้ายของรัฐบาลและการสะสมทุนถาวรเบื้องต้น ส่วนการส่งออกสินค้าและบริการชะลอลง

ส่วนในด้านต่างประเทศนั้น การส่ออกสินค้าสามารถขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ และแผงวงจรรวม ตามอุปสงค์ของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกที่ขยายตัวค่อนข้างสูงตามวัฎจักรขาขึ้นของสินค้าในกลุ่มดังกล่าว อีกทั้งมีการลงทุนในกลุ่ม AI อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นจึงส่งผลให้ทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยโดยรวมขยายตัวได้ 2.4% มากกว่าเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 2.0%

เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวด้วยว่า เศรษฐกิจไทยปี 68 ที่เติบโตได้ดีกว่าที่คาดไว้นั้น เป็นผลมาจากเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 ที่ขยายตัวได้ดีกว่าที่คาด ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชนที่เติบโตในระดับสูง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่งพลัส ที่ออกมาในช่วงไตรมาส 4 นั้น ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้น sentiment การใช้จ่ายภาคเอกชนที่เป็นการใช้จ่ายส่วนบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่สะท้อนจากการบริโภคที่โตได้ 3.3% ในไตรมาส 4

ส่วนรัฐบาลใหม่ ควรจะดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในปี 2569 หรือไม่ เพราะฟิชท์ เรตติ้ง ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มองว่ามาตรการดังกล่าวจำเป็นต้องใช้งบประมาณราว 1% ของ GDP นั้น เลขาธิการสภาพัฒน์ ให้ความเห็นว่า ถ้ารัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินโครงการคนละครึ่งต่อเนื่อง ก็คงต้องพิจารณาเครื่องชี้เศรษฐกิจตัวอื่นประกอบกันไปด้วย เนื่องจากมาตรการดังกล่าวเป็นการทำในกรณีที่ประเทศมีการบริโภคลดลงมาก จึงต้องหามาตรการเข้าไปช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายการบริโภคของประชาชน ซึ่งการจะดำเนินมาตรการคนละครึ่งให้เกิดประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ก็คงต้องขึ้นกับงบประมาณ และสถานการณ์ในขณะนั้นด้วย

“คงต้องไปพูดคุยกัน เพราะคนละครึ่ง เป็นนโยบายที่รัฐบาลได้หาเสียงไว้ และคนต่างก็มีความคาดหวัง แต่จะทำหรือไม่นั้น ต้องดูหลายปัจจัยให้รอบด้านก่อนที่จะทำ ดูเครื่องชี้เศรษฐกิจ ดูงบประมาณ และดูช่วงเวลาที่เหมาะสม” นายดนุชา ระบุ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 69)