GPSC กางแผน 5 ปีทุ่ม 3.3 หมื่นลบ.รุก New S-curve ผุด Data Center-จ่อตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR

นางสาวสุกิตตี ไชยรักษ์ ผู้จัดการอาวุโสการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ [GPSC] เปิดเผยว่า ในปี 69 บริษัทยังมุ่งเน้นโครงการ EBITDA Uplift เพื่อให้การเติบโตเป็นไปอย่างยั่งยืน โดยวางเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มจากการดำเนินงานในปีนี้อย่างน้อย 700 ล้านบาท ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพและการบริการจัดการต้นทุนโดยนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ช่วยลดความซ้ำซ้อนในกระบวนการทำงาน

ปี 69 คาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตต่อเนื่องจากส่วนแบ่งกำไรโครงการ CFXD ที่ดีขึ้นหลังการบำรุงรักษาและมีความพร้อมใช้งานสูงขึ้น รวมทั้งในปีนี้จะมีกำลังการผลิตเพิ่มประกอบด้วย โครงการ AEPL ในอินเดีย 1,000-1,400 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซ NNEG เฟส 3 อีก 9 เมกะวัตต์ และโครงการ Private PPA กำลังการผลิต 6 เมกะวัตต์

ขณะที่บริษัทเดินหน้าแผนการลงทุนที่วางงบลงทุน 5 ปี (ปี 69-73) ราว 33,435 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยกลยุทธ์การลงทุนจะผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

กลยุทธ์ที่ 1 (Strengthen and Expand the Core) มุ่งเน้นสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจการผลิตและส่งจ่ายสาธารณูปการให้เป็นเลิศ (Best-in-Class Strategy) รักษาฐานลูกค้าปัจจุบัน พร้อมทั้งขยายฐานลูกค้าใหม่ และสร้างความพึงพอใจให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มุ่งเน้นความเป็นเลิศใน 4 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัย (Safety) ความมีเสถียรภาพ (Reliability) ความสามารถในการทำกำไร (Profitability) และความยั่งยืน (Sustainability) ครอบคลุมการลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการโรงไฟฟ้าที่จะหมดสัญญาและการเพิ่มศักยภาพบุคลากรรองรับธุรกิจไฟฟ้าในอนาคต รวมถึงขยายธุรกิจไปสู่สาธารณูปโภคชนิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย (Expansion into adjacent business)

กลยุทธ์ที่ 2 (Scale-up Green Energy) เน้นการขยายธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานหมุนเวียนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Renewable Hybrid System) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศจะลงทุนเพื่อตอบโจทย์แผน PDP) และการลงทุนในรูปแบบ Direct PPA ผ่านการเปิดใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access : TPA) ในอนาคต เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการพลังงานสะอาด ในขณะที่ในต่างประเทศจะเน้นการลงทุนในประเทศเป้าหมายซึ่งมีการขยายตัวของความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดสูงและมีนโยบายสนับสนุนที่ดีจากภาครัฐ ได้แก่ อินเดีย จีน และไต้หวัน

กลยุทธ์ที่ 3 (New S-curve) มุ่งเน้นการพัฒนาด้วยการลงทุนด้านนวัตกรรม New S-curves ในหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มรายได้ และรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจพลังงานและธุรกิจไฟฟ้าในอนาคต ที่สำคัญจะเน้นการลงทุน Data Center ทั้งในไทยและอินเดีย โดยในไทยบริษัทจะเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าและเป็นพันธมิตรทางธุรกิจให้กับผู้พัฒนา Data Center นำโรงไฟฟ้าที่หมดอายุสัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) และโรงไฟฟ้าที่กำลังจะหมดสัญญามาสนับสนุน Data Center ปัจจุบันมีการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรใน 3-4 พื้นที่ กำลังการผลิตรวมในไปป์ไลน์ 1,000 เมกะวัตต์ คาดโครงการแรกชัดเจนในปีนี้อย่างน้อย 300 เมกะวัตต์ ขณะที่ในอินเดียจะลงทุนในพลตฟอร์ม เริ่มต้นขนาดไม่เกิน 50 เมกะวัตต์ และจะขยายไปที่ 300 เมกะวัตต์ใน 5 ปีข้างหน้า

สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในรูปแบบ Small Modular Reactor (SMR) คาดว่าจะมีการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง ขนาดประมาณ 400-600 เมกะวัตต์ ในปี 80

กลยุทธ์ที่ 4 (Shift to Customer-centric Solutions) มุ่งสู่การเป็นธุรกิจการให้บริการพลังงานครบวงจร ทั้งการทำ EPC , Private PPA และ ระบบทำความเย็นแบบรวมศูนย์ (District Cooling System) สำหรับแผนการเติบโต ธุรกิจ EPC ปัจจุบันมีเงินลงทุน 1,800 ล้านบาท คาดว่าจะมีเงินลงทุนในปี 73 เพิ่มเป็น 13,000 ล้านบาท ขณะที่ Private PPA ปัจจุบันอยู่ที่ 25 เมกะวัตต์ ตั้งเป้าขยายเป็น 45 เมกะวัตต์ภายในปี 73 สำหรับธุรกิจ District Cooling ปัจจุบันมีกำลังการทำความเย็น 13,401 ตันความเย็น และมีเป้าหมายเติบโต 10 เท่า ที่ระดับ 100,000 ตันความเย็นภายในปี 73

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 69)