นิวเม็กซิโกสั่งสอบ “ฟาร์มเพลย์บอย” ของเอปสตีน คาดใช้เป็นที่ล่วงละเมิดเด็กมาหลายสิบปี

สภาผู้แทนราษฎรรัฐนิวเม็กซิโกลงมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันจันทร์ (16 ก.พ.) ตั้งคณะกรรมาธิการ “ค้นหาความจริง” เพื่อสืบสวนกรณีค้ามนุษย์และล่วงละเมิดทางเพศที่ซอร์โรแรนช์ (Zorro Ranch) หรือที่ชาวบ้านแถบนั้นเรียกว่า “ฟาร์มเพลย์บอย” (the playboy ranch) ขนาด 7,600 เอเคอร์ (ราว 19,222 ไร่) ของเจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีผู้ล่วงลับที่ถูกดำเนินคดีค้ามนุษย์ทางเพศ นับเป็นครั้งแรกที่มีการสอบสวนอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับฟาร์มแห่งนี้

คณะกรรมาธิการประกอบด้วยสมาชิกสภาฯ 4 คนจากทั้งสองพรรค ได้รับงบ 2.5 ล้านดอลลาร์ พร้อมอำนาจออกหมายเรียกพยาน เริ่มทำงานในวันอังคารนี้ (17 ก.พ.) โดยจะรายงานผลเบื้องต้นในเดือนก.ค. และรายงานฉบับสมบูรณ์ภายในสิ้นปี นอกจากนี้ สมาชิกสภาฯ ยังเรียกร้องให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาให้ข้อมูลด้วย

เป้าหมายหลักคือสืบว่าใครเป็นแขกของเอปสตีนที่ฟาร์ม และเจ้าหน้าที่รัฐคนใดรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมกับเหตุล่วงละเมิดในคฤหาสน์และเรือนรับรองบนที่ดินผืนนี้ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงซานตาเฟไปทางใต้ราว 50 กม.

“เขาทำอะไรก็ได้ในรัฐนี้ ไม่มีใครเอาผิดได้เลย” แอนเดรีย โรเมโร สส.เดโมแครตผู้ร่วมเสนอร่างกฎหมายกล่าว พร้อมเสริมว่าคำให้การต่อคณะกรรมาธิการอาจนำไปสู่การฟ้องคดีอาญาในอนาคต

การสอบสวนรอบนี้เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เปิดเอกสารเกี่ยวกับเอปสตีนหลายล้านหน้า ซึ่งเผยความเชื่อมโยงระหว่างเอปสตีนกับอดีตผู้ว่าการรัฐเดโมแครต 2 คน และอดีตอัยการสูงสุดของนิวเม็กซิโก กลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองระลอกใหม่ต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังมุ่งหาช่องโหว่ทางกฎหมายที่เปิดทางให้เอปสตีนลอยนวลมาได้หลายสิบปี

คดีแพ่งหลายคดีระบุว่าเอปสตีนล่วงละเมิดเด็กหญิงที่ฟาร์มแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2539 แต่ไม่เคยถูกตั้งข้อหา และโรเมโรยืนยันว่าไม่มีหลักฐานว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางเคยบุกค้นฟาร์มแห่งนี้เลย

เฮกเตอร์ บัลเดราส อดีตอัยการสูงสุดนิวเม็กซิโก เคยเปิดสอบในปี 2562 แต่ต้องระงับไปตามคำขอของอัยการรัฐบาลกลางซึ่งไม่ต้องการให้มี “การสอบสวนซ้อน” ส่วนอัยการสูงสุดคนปัจจุบัน ราอูล ตอร์เรซ ได้ตั้งเจ้าหน้าที่พิเศษรอรับเรื่องจากคณะกรรมาธิการค้นหาความจริงแล้ว

กลุ่มพิทักษ์สิทธิผู้เสียหายต้อนรับมาตรการนี้ โดยชี้ว่าที่ผ่านมาการสอบสวนระดับรัฐบาลกลางมุ่งเน้นแต่เกาะส่วนตัวในแคริบเบียนและบ้านพักย่านแมนฮัตตัน จนมองข้ามฟาร์มในนิวเม็กซิโก

“ผู้รอดชีวิตจำนวนมากถูกล่วงละเมิดที่นิวเม็กซิโก และเรารู้แล้วว่ามีนักการเมืองและคนในพื้นที่ที่รู้เห็น” ซิกริด แมคคอว์ลีย์ ทนายความซึ่งเป็นตัวแทนผู้เสียหายหลายร้อยรายกล่าว

ไบรซ์ กอร์ดอน ผู้จัดการฟาร์มให้การกับ FBI เมื่อปี 2550 ว่า เอปสตีนนำแขกและ “หมอนวด” บินมายังฟาร์มเป็นประจำ และยังจ้างหมอนวดจากในพื้นที่ โดยส่วนใหญ่ผ่านสปาชื่อดัง “เท็น เทาซันด์ เวฟส์” (Ten Thousand Waves) ในซานตาเฟ หรือจากการแนะนำบอกต่อ อย่างไรก็ตาม โฆษกของสปาปฏิเสธว่าไม่เคยส่งหรือแนะนำหมอนวดให้ฟาร์ม

ในคำให้การที่ถูกเปิดผนึกเมื่อปี 2559 เวอร์จิเนีย จูเฟร ผู้ล่วงลับ ซึ่งถูกล่วงละเมิดที่ฟาร์มหลายครั้ง ระบุว่า กีเลน แมกซ์เวลล์ คู่หูของเอปสตีน สั่งให้เธอไป “นวด” ให้ บิล ริชาร์ดสัน อดีตผู้ว่าการรัฐนิวเม็กซิโกที่ฟาร์ม ซึ่งในบันทึกความทรงจำของจูเฟร คำว่า “นวด” ตามคำสั่งของแมกซ์เวลล์ หมายถึงการให้บริการทางเพศ ฝ่ายริชาร์ดสันปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ว่า “เป็นเท็จทั้งสิ้น”

ในสารคดี “Surviving Jeffrey Epstein” เรเชล เบนาวิเดซ อดีตหมอนวดจากซานตาเฟกล่าวหาว่า ถูกเอปสตีนล่วงละเมิดขณะถูกจ้างไปทำงานที่ฟาร์ม

โจชัว ราโม ที่ปรึกษาด้านการลงทุนซึ่งขณะนั้นเป็นซีอีโอของ Kissinger Associates เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (15 ก.พ.) ว่า เขาเคยไปรับประทานอาหารกลางวันที่ฟาร์มครั้งหนึ่งในปี 2557 พร้อมศาสตราจารย์จาก MIT และฮาร์วาร์ด และพบกับเอปสตีนในนิวยอร์กราว 14 ครั้งระหว่างปี 2556-2559

ราโมกล่าวว่าเขา “เชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบกลั่นกรองของสถาบันที่เกี่ยวข้อง คิดว่าถ้าสถาบันเหล่านั้นยอมรับเอปสตีนได้ แปลว่าผ่านการตรวจสอบแล้ว” และ “รู้สึกเศร้าสลดอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียหาย”

อีเมลที่ถูกเปิดเผยแสดงว่า เอปสตีนชวนราโมรับประทานอาหารกลางวันที่ซานตาเฟในปี 2558 ราโมตอบกลับว่า “ผมนึกว่าจะเจอกันที่ฟาร์มก้นชมพู” แต่ราโมบอกว่าจำไม่ได้ว่าเคยพิมพ์ข้อความนี้หรือได้พบกันจริงในวันนั้น

เอปสตีนซื้อฟาร์มแห่งนี้ในปี 2536 จากบรูซ คิง ผู้ว่าการรัฐเดโมแครต 3 สมัย (เสียชีวิตปี 2552) และกองมรดกของเอปสตีนขายต่อให้ดอน ฮัฟฟินส์ นักธุรกิจชาวเท็กซัส ในปี 2566 โฆษกของฮัฟฟินส์ระบุว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับการสอบสวน

ตลอดหลายปี เอปสตีนบริจาคเงินให้แคมเปญหาเสียงของนักการเมืองเดโมแครตในนิวเม็กซิโก รวมถึงริชาร์ดสันและแกรี คิง บุตรชายของบรูซ คิง ซึ่งเป็นอดีตอัยการสูงสุดของรัฐ เมื่อสื่อรายงานเรื่องเงินบริจาค ทั้งสองให้คำมั่นว่าจะคืนเงินหรือบริจาคให้การกุศล

ตามอีเมลในเอกสารที่เปิดเผย แกรี คิง ใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำที่เอปสตีนออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง (จากทั้งหมด 22,000 ดอลลาร์) ขณะลงสมัครผู้ว่าการรัฐในปี 2557

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายอีกฉบับที่จะขยายอายุความคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เพื่อเปิดทางให้ผู้เสียหายจากเอปสตีนฟ้องแพ่งได้ ถูกคณะกรรมาธิการสภาตีตก เนื่องจากกังวลว่าจะทำให้ค่าเบี้ยประกันของหน่วยงานรัฐพุ่งสูงขึ้น

เอปสตีนเสียชีวิตในเรือนจำนิวยอร์กเมื่อปี 2562 ขณะรอขึ้นศาลคดีค้ามนุษย์ทางเพศ ซึ่งทางการระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 69)