
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เห็นพรรครัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งนำโดยนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปเดือนนี้ พร้อมระบุว่า การที่เขาประกาศสนับสนุนเธอก่อนการเลือกตั้งมีส่วนสำคัญต่อชัยชนะดังกล่าว
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน โดยชื่นชมทาคาอิจิว่าเป็นผู้นำญี่ปุ่นที่ “ยอดเยี่ยมมาก” และเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. “แต่เธอชนะด้วยคะแนนเสียงที่อาจจะมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในญี่ปุ่น และเธอยกเครดิตให้กับการสนับสนุนของผม ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะเรามีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับเธอและประเทศญี่ปุ่น”
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่เขามีกำหนดการเปิดทำเนียบขาวต้อนรับทาคาอิจิ ในวันที่ 19 มี.ค. ซึ่งอาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เขาจะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง
ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์กล่าวถึงชัยชนะอันขาดลอยของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) โดยย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากพรรค LDP คว้าที่นั่งได้ถึง 2 ใน 3 ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นจำนวนที่นั่งที่มากที่สุดที่พรรคการเมืองเดียวเคยทำได้ในประวัติศาสตร์ยุคหลังสงครามของญี่ปุ่น ทรัมป์ได้กล่าวว่า “ชาวญี่ปุ่นที่ยอดเยี่ยมผู้ไปใช้สิทธิด้วยความกระตือรือร้น จะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากผมเสมอ”
นอกจากนี้ เพียง 3 วันก่อนการเลือกตั้ง ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียประกาศให้การสนับสนุนทาคาอิจิและพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง “สมบูรณ์และเบ็ดเสร็จ” ซึ่งต่อมาในวันที่ 9 ก.พ. ทาคาอิจิได้โพสต์ข้อความผ่าน X ขอบคุณทรัมป์สำหรับ “ข้อความแสดงความยินดีที่เปี่ยมด้วยมิตรไมตรีและกำลังใจ” พร้อมเสริมด้วยว่า “ดิฉันตั้งตารอที่จะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับคุณ โดนัลด์ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ ความแข็งแกร่ง และความเจริญรุ่งเรืองของเราทั้งสองชาติ”
ระหว่างการพูดคุยกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินขณะเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน ทรัมป์ยังได้กล่าวถึงประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน โดยย้ำว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และเขามีแผนจะเดินทางเยือนจีนในเดือนเม.ย.นี้ ขณะที่เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการส่งอาวุธให้ไต้หวันเพิ่มเติม ทรัมป์ตอบว่า “ผมกำลังคุยกับเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราพูดคุยกันดี และเราจะตัดสินใจในเร็ว ๆ นี้”
ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวเมื่อต้นเดือนก.พ. ว่า เขาและผู้นำจีนได้หารือกันในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งรวมถึงเรื่องการค้า ไต้หวัน และอิหร่าน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงว่า ในระหว่างการสนทนาดังกล่าว ปธน.สีได้เน้นย้ำว่าประเด็นไต้หวันเป็น “ประเด็นที่สำคัญที่สุด” ในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ พร้อมกับเตือนว่า สหรัฐฯ ต้องจัดการเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวัน “ด้วยความรอบคอบ”
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธ.ค. รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศแผนการขายอาวุธล็อตใหญ่ให้แก่ไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับรัฐบาลปักกิ่งที่ถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีน และพร้อมจะใช้กำลังเข้าควบคุมหากจำเป็น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 69)





