ความเชื่อมั่นผู้ผลิตญี่ปุ่นฟื้นตัวในเดือนก.พ. รับอานิสงส์เยนอ่อน-ยอดสั่งซื้อพุ่ง

ผลสำรวจทังกัน (Tankan) ของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่เผยแพร่ในวันนี้ (18 ก.พ.) บ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นของภาคการผลิตญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนในเดือนก.พ. โดยได้แรงหนุนจากยอดสั่งซื้อเครื่องจักรที่แข็งแกร่งขึ้นและเงินเยนที่อ่อนค่า ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่น่าพึงพอใจสำหรับเศรษฐกิจที่ยังชะงักงัน

ผลสำรวจรายเดือนดังกล่าว ซึ่งมีความสอดคล้องกับผลสำรวจรายไตรมาสของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ชี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคการผลิตขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ +13 ในเดือนก.พ. จาก +7 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. ที่ผ่านมา

กลุ่มผู้ผลิตเครื่องจักรรายงานการปรับตัวดีขึ้นมากที่สุด โดยดัชนีความเชื่อมั่นพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ +15 จากระดับ 0 โดยผู้จัดการรายหนึ่งในภาคส่วนนี้ระบุว่า “มีความชัดเจนในระดับหนึ่งสำหรับคำสั่งซื้อ ยอดขาย และผลกำไร” ขณะที่อีกรายเสริมว่า ความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากเงินเยนที่อ่อนค่าและทรงตัว

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ส่งออกจะได้รับประโยชน์ด้านรายได้จากเงินเยนที่อ่อนค่าในขณะที่โอนกำไรกลับประเทศ อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินเยนที่ยืดเยื้อนั้นสร้างความกังวลให้กับผู้กำหนดนโยบาย เนื่องจากต้นทุนสินค้านำเข้าที่สูงขึ้น

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคการผลิตอุปกรณ์ขนส่ง ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน ปรับตัวลงมาอยู่ที่ +33 จาก +40 โดยผู้จัดการในภาคส่วนนี้อ้างถึงยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ซบเซาและกฎระเบียบควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีนที่เข้มงวดขึ้นว่าเป็นปัจจัยสร้างความกังวล

การสำรวจครั้งนี้จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 3-13 ก.พ. โดยสำรวจบริษัทขนาดใหญ่นอกภาคการเงินจำนวน 492 แห่ง โดยมี 217 แห่งที่ตอบแบบสอบถามภายใต้เงื่อนไขไม่เปิดเผยตัวตน ทั้งนี้ ดัชนีคำนวณโดยนำเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่มองในแง่บวกลบด้วยเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่มองในแง่ลบ ตัวเลขที่เป็นบวกหมายความว่าผู้ที่มองโลกในแง่ดีมีจำนวนมากกว่า

ภาพรวมของการสำรวจสะท้อนถึงจุดอ่อนในหลายส่วน โดยผู้กำหนดนโยบายต้องรับมือกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น อุปสงค์ในประเทศที่ซบเซา และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับสูง นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่เพิ่งผ่านการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น กำลังผลักดันนโยบายการคลังแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นการบริโภคและฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้จะมีคำถามเกี่ยวกับภาระทางการเงินของประเทศที่ตึงตัวอยู่

ด้านดัชนีความเชื่อมั่นนอกภาคการผลิตปรับตัวลงมาอยู่ที่ +25 จาก +32 สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นถดถอยลงทั่วทุกภาคส่วน โดยผู้จัดการในภาคบริการรายหนึ่งระบุว่า “การลดลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน มีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงไม่นานมานี้ ซึ่งยิ่งทำให้การแข่งขันกับบริษัทอื่นรุนแรงขึ้นและกดดันราคาสินค้า”

นอกจากนี้ ผู้ค้าปลีกยังรายงานว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวลดลงและผู้บริโภคระมัดระวังมากขึ้น โดยผู้จัดการของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเปิดเผยว่ายอดขายปลอดภาษีให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงต่ำกว่าปีที่แล้วราว 60%

สำหรับแนวโน้มข้างหน้านั้น ภาคการผลิตคาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นจะปรับตัวลงไปอยู่ที่ +10 ในเดือนพ.ค. ขณะที่ภาคนอกการผลิตนั้นคาดว่า ดัชนีความเชื่อมั่นจะลดลงต่อไปสู่ระดับ +23

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)