
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (18 ก.พ.) ว่า ยอดส่งออกของญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 16.8% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 5.1% ในเดือนธ.ค. ทั้งยังสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และพุ่งแรงสุดในรอบกว่า 3 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2565 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียและยุโรปตะวันตก
มูลค่าการส่งออกไปยังจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น พุ่งทะยานขึ้น 32% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 5.6% ในเดือนธ.ค. ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทั้งสองประเทศกำลังเผชิญกับภาวะตึงเครียดทางการทูต จากความเห็นของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน
ขณะเดียวกัน การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ลดลง 5% หลังจากที่ร่วงลง 11.1% ในเดือนธ.ค. โดยสหรัฐฯ ถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น
เมื่อพิจารณาเป็นรายภูมิภาค พบว่ายอดการส่งออกไปยังเอเชียเพิ่มขึ้นเกือบ 26% และยอดการส่งออกไปยังยุโรปตะวันตกเพิ่มขึ้นถึง 25% ซึ่งชดเชยยอดส่งออกในแถบอเมริกาเหนือที่หดตัวลง 3.3% ได้
ขณะเดียวกัน ยอดนำเข้าในเดือนม.ค. ลดลง 2.5% เมื่อเทียบรายปี และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 5.1% เท่ากับว่าญี่ปุ่นขาดดุลการค้าอยู่ที่ 1.15 ล้านล้านเยน (7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนม.ค.
ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่สดใส หลังจากที่ภาพรวมการส่งออกของญี่ปุ่นในปี 2568 ขยายตัวเพียง 3.1% ชะลอตัวลงจากปี 2567 ที่ขยายตัว 6.2%
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)





