นักท่องเที่ยวจีนไปญี่ปุ่นลดฮวบ เซ่นปมขัดแย้งทางการเมือง

จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเยือนญี่ปุ่นลดลงในอัตราที่เร่งตัวขึ้นในเดือนม.ค. ฉุดให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมรายเดือนลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการยกเลิกข้อจำกัดด้านโควิด-19 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) เปิดเผยในวันนี้ (18 ก.พ.) ว่า ยอดนักท่องเที่ยวจีนขาเข้าทรุดตัวลงถึง 61% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งหนักกว่าเดือนธ.ค. ที่ลดลง 45% โดยระบุสาเหตุว่าเกิดจากช่วงเวลาของเทศกาลตรุษจีนที่เปลี่ยนไปและคำเตือนเรื่องการเดินทางไปญี่ปุ่น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ฉุดให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมลดลง 4.9% ในเดือนม.ค.

การลดลงดังกล่าวมีชนวนเหตุมาจากถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น ในช่วงปลายปี 2568 ที่ระบุว่า การที่จีนรุกรานไต้หวันอาจถือเป็น “ภัยคุกคามต่อความอยู่รอด” ซึ่งเป็นนิยามที่อาจสร้างความชอบธรรมทางกฎหมายให้ญี่ปุ่นส่งกำลังทหารเข้าแทรกแซงได้ ทำให้ในเวลาต่อมารัฐบาลปักกิ่งได้ออกคำเตือนพลเมืองไม่ให้เดินทางไปยังญี่ปุ่น จนนำไปสู่การยกเลิกเที่ยวบินต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมี.ค. 2569

ผลกระทบดังกล่าวยังลุกลามไปยังภาคการค้าปลีก โดยยอดจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีของห้างสรรพสินค้าชั้นนำในญี่ปุ่นปรับตัวลดลงอีกครั้งในเดือนม.ค. ตอกย้ำถึงความเสียหายของอุตสาหกรรมที่ยังคงเรื้อรัง

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนถือเป็นกำลังหลักของการฟื้นตัวในยุคหลังโควิด โดยครองสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวน 9.6 ล้านล้านเยนในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างจีน-ญี่ปุ่น ได้เผยให้เห็นจุดอ่อนของญี่ปุ่นที่พึ่งพาจีนมากเกินไป จนนำไปสู่การเร่งความพยายามกระจายฐานนักท่องเที่ยวให้หลากหลายยิ่งขึ้น

ข้อมูลจาก JNTO ยังระบุด้วยว่า นักท่องเที่ยวจากฮ่องกงลดลง 18% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี สวนทางกับยอดนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยส่วนที่ลดลงได้

รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นรวมทะลุ 40 ล้านคนเป็นครั้งแรกในปี 2568 โดยได้แรงหนุนจากนักท่องเที่ยวภูมิภาคอื่นเข้ามาทดแทนตลาดจีนที่หายไป

อย่างไรก็ตาม บริษัทท่องเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้ารายปีจะลดลงในปี 2569 ซึ่งจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 โดยคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 41.5 ล้านคน

ขณะเดียวกัน จำนวนชาวญี่ปุ่นที่เดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น 18% เนื่องจากผู้คนเริ่มออกเดินทางหลังอัดอั้นมานานจากช่วงที่ยอดการเดินทางดิ่งลงอย่างหนักในยุคโควิด-19

สำหรับเป้าหมายระยะยาว รัฐบาลตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 60 ล้านคน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 15 ล้านล้านเยนภายในปี 2573 นอกจากนี้ยังมุ่งหวังเพิ่มยอดการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติอีก 9% และเพิ่มจำนวนผู้เข้าพักค้างคืนในพื้นที่ส่วนภูมิภาคให้มากกว่าเดิมถึงสองเท่า สู่ระดับ 130 ล้านคน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของการท่องเที่ยวกับข้อกังวลของชุมชนท้องถิ่น เพื่อยับยั้งปัญหาภาวะการท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism) ที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในบางพื้นที่ด้วย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)