
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (BI-Rate) ไว้ที่ 4.75% ในการประชุมวันนี้ (19 ก.พ.) โดยถือเป็นการขยายเวลาตรึงดอกเบี้ยต่อเนื่องท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังผันผวนสูง ซึ่งมติดังกล่าวเป็นไปตามที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้
การคงดอกเบี้ยครั้งนี้สะท้อนจุดยืนของ BI ที่เน้นดูแลเสถียรภาพค่าเงินเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการประคองอุปสงค์ในประเทศและรักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าจับตาคือการแต่งตั้งผู้บริหารชุดใหม่ ซึ่งรวมถึง โทมัส จีวันโดโน หลานชายของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ที่ทำให้นักลงทุนเฝ้าระวังเรื่องความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายของธนาคารกลาง
เงินรูเปียห์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลว่า MSCI Inc. อาจปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นอินโดนีเซีย และมูดี้ส์ (Moody’s Ratings) อาจหั่นอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ โดยตั้งแต่ต้นปีนี้ เงินรูเปียห์อ่อนค่าลงกว่า 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าย่ำแย่ที่สุดในกลุ่มสกุลเงินหลักของเอเชีย
เพอร์รี วาร์จีโย ผู้ว่าการ BI แถลงว่า ค่าเงินรูเปียห์ปัจจุบันถือว่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยได้รับแรงกดดันจากความต้องการดอลลาร์ของภาคธุรกิจในประเทศและความผันผวนของตลาดโลก ทั้งนี้ ธนาคารกลางจะยกระดับมาตรการดูแลเสถียรภาพค่าเงินให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ วาร์จีโยยังย้ำให้ธนาคารพาณิชย์เร่งลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีก โดยชี้ว่าที่ผ่านมาดอกเบี้ยแบงก์พาณิชย์ลดลงเพียง 0.40% นับตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ขณะที่ BI ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายไปแล้วถึง 1.25% ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนการเติบโตของสินเชื่อในเดือนม.ค. เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 9.96% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนธ.ค.
เศรษฐกิจอินโดนีเซียขยายตัวขึ้นแตะระดับ 5.4% ในไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ GDP ปี 2568 โต 5.1% โดยรัฐบาลปราโบโวตั้งเป้าเร่งเครื่องเศรษฐกิจในปีนี้ให้ขยายตัว 5.5%-6% ในไตรมาสแรกของปี 2569 ผ่านการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน
วาร์จีโยระบุว่า BI คาดการณ์เศรษฐกิจไตรมาสนี้จะขยายตัวดีขึ้น โดยมีแรงหนุนจากการบริโภคที่ฟื้นตัวตามมาตรการรัฐและช่วงเทศกาล โดยยังคงคาดการณ์ GDP ปี 2569 ไว้ในกรอบ 4.9%-5.7%
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)





