
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ [ORI] กล่าวว่า บริษัทยังเห็นโอกาสสร้างการเติบโตในตลาดอสังหาริมทรัพย์ จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและกระบวนการช่วยเหลือลูกหนี้ตามนโยบายการรวมหนี้ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการกู้และลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้าได้มากขึ้น รวมทั้งทิศทางของการเมืองในประเทศที่จะเห็นความมีเสถียรภาพของรัฐบาล และการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้บร์ษัทมองว่าปี 69 ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเป็นปีที่ยังเติบโตได้เล็กน้อย
โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายในปี 69 ตั้งเป้ายอดขายรวม 2.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากคอนโดมิเนียม ภายใต้บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ 2 หมื่นล้านบาท และยอดขายโครงการแนวราบ ภายใต้บมจ.บริทาเนีย [BRI] ที่ 5 พันล้านบาท ส่วนรายได้รวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท
สำหรับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมของ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ORIGIN VERTICAL ปี 69 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ ทำเลกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต มูลค่ารวม 4.2 พันล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 2 หมื่นล้านบาท รายได้ 4.5 พันล้านบาท (หลังหักโครงการร่วมทุนแล้ว) และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 1.2 ล้านบาท (รวมโครงการที่บริษัทพัฒนาเอง และโครงการร่วมทุน) ปัจจุบัน มี Backlog จากโครงการคอนโดมิเนียมที่แล้วเสร็จใหม่ ที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าในปี 69 รวมมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการรวมจาก 7 โครงการที่เตรียมทยอยโอนในปีนี้
โดยบริษัทเป็นผู้นำโครงการ Pet Friendly ที่ออริจิ้นผลักดันสู่ตลาดคอนโดฯ Pet Friendly ที่พัฒนาโครงการเลี้ยงสัตว์ได้มากถึง 25 โครงการ จำนวน 4,966 ยูนิต และ ยังเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investment Property หรือ IP Program) ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการ “รายได้สม่ำเสมอ ไม่ต้องบริหารเอง” เปลี่ยนคอนโดฯ เป็นสินทรัพย์ทำเงิน บริหารและดูแลโดยทีมงานมืออาชีพจาก HHR (Hampton Hotel & Residence Management) มีจำนวน 1,737 ยูนิต จาก 14 โครงการ พร้อมทั้งมีพอร์ตต่างชาติรอโอนรับรู้รายได้มูลค่ารวม 6.3 พันล้านบาท
ขณะที่โครงการในทำเลยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัทฯ ทั้งในพื้นที่ Phuket Pattaya และ Bangkok CBD สามารถสร้างยอดขายจากโอกาสข้างต้น มีลูกค้าต่างชาติกว่า 6.3 พันล้านบาท จากลูกค้ากว่า 30 ประเทศ อาทิ Russia Taiwan Myanmar China และ Poland สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพประเทศไทยและแบรนด์ออริจิ้น
ด้านโครงการบ้านจัดสรรภายใต้ บมจ.บริทาเนีย [BRI] ในปี 69!จะเปิดตัวใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 3.2 พันล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 5 พันล้านบาท รายได้ 3.4 พันล้านบาท (หลังหักโครงการร่วมทุนแล้ว) และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 4 พันล้านบาท (รวมโครงการที่บริษัทฯพัฒนา และโครงการร่วมทุน) โดยยังคงจุดเด่นในเรื่องของทำเลศักยภาพ ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงการ ประกอบกับได้เปิดตัวโปรเจกต์ Brilliant Business Park พื้นที่ธุรกิจอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทุกวัตถุประสงค์ในการบริหารธุรกิจแบบมัลติฟังก์ชั่น (Multi-functional) ที่ผสานโชว์รูม สตูดิโอ ออฟฟิศ และที่อยู่อาศัย เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวในพื้นที่เดียวกัน นำร่อง 5 ทำเลยุทธศาสตร์สำคัญ พระราม 2, บางนา-ตราด, อมตะซิตี้, แหลมฉบัง และระยอง รวมมูลค่า 1.2 พันล้านบาท พร้อมจับตาเตรียมเปิดตัวโปรเจ็กต์จับกลุ่ม Lifestyle ของการใช้ชีวิตแบบเต็มรูปแบบเร็วๆนี้
ด้านบมจ.พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น [PRI] และบริษัทย่อยในเครือวางเป้ารายได้ในปี 69 อยู่ที่ 2 พันล้านบาท พร้อมเวางกลยุทธ์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุก Generation ตลอดทุกช่วงชีวิต ด้วย “PRIMO TRANSFORMATION ERA” ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการเปลี่ยนอย่างยั่งยืน นำโดย 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. Elevating Service Standards to Premium Level (ยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับพรีเมียม) 2. Expanding into High-Value Segments ขยายตลาดสู่กลุ่มศักยภาพสูง 3. Building Community Ecosystem สร้าง “Lifestyle & Community Ecosystem” ผ่านแพลตฟอร์ม Happy Maker 4. Technology & Data Integration วางเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลางการทรานส์ฟอร์มองค์กร ผ่าน Primo Plus Application 5. ESG as a Strategic Driver ผลักดัน ESG เป็นแกนหลักขององค์กร ผ่านแนวคิด PRIMO CARE ครอบคลุม People, Pet และ Planet สร้างความยั่งยืนทั้งมิติบุคคล ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้าง Sustainable Organization ที่พร้อมรับอนาคต
ด้านบมจ.ออริจิ้น โฮเทล (ORIGIN HOTEL) กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง (Recurring Income Business) ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hotel Business) กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า (Office Building Business) และกลุ่มธุรกิจการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Commercial Development Business) แผนในปี 69 ยังเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอควบคู่การบริหารสินทรัพย์ตามโมเดล Build–Operate–Exit–Reinvest เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยภายในปี 69 เป้าหมายธุรกิจของ ORIGIN HOTEL มีแผนเริ่มเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ จำนวน 4 โรงแรม มูลค่า 5.91 พันล้านบาท อาคารสำนักงานและโครงการพื้นที่เชิงพาณิชย์ 4 แห่ง มูลค่ารวม 3.1 พันล้านบาท อีกทั้ชยังมีแผน Divestment หรือขายสินทรัพย์ในปีนี้อีก 4 โรงแรม รวม 1,011 ห้อง มูลค่ารวมกว่า 4 พันล้านบาท ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดพิเศษเพิ่มกว่า 1.3 พันล้านบาทให้กับกลุ่มธุรกิจ ตามโมเดลธุรกิจที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ รองรับการเติบโตของพอร์ตโรงแรมในระยะยาวเป็น Cycle เพื่อมุ่งมั่นสร้างโอกาสเติบโตแบบคู่ขนาน
ส่วนบริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA ผู้พัฒนาธุรกิจอินดัสเทรียล พร็อพเพอร์ตี้ ณ สิ้นปี 68 มีศูนย์กระจายสินค้ารวมทั้งสิ้น 403,859 ตารางเมตร เปิดดำเนินการแล้ว 382,000 ตารางเมตร มีอัตราการเช่า 95% โดยในปีนี้มีแผนเปิดดำเนินการธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่มอีก 5 โครงการ กว่า 150,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 3 พันล้านบาท และมีแผนนำสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 4 โครงการ ขนาดพื้นที่ 211,682 ตารางเมตร ในชื่อ “ALPHA REIT” โดยมีที่ปรึกษาทางการเงิน คือ ธนาคารกสิกรไทย [KBANK] คาดว่าจะสามารถจัดตั้งกองรีทได้ในช่วงไตรมาส 3/69
“ถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการกระจายพอร์ตธุรกิจ รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำต่อเนื่อง ทั้งแผนการขายธุรกิจทำกำไรหรือการนำสินทรัพย์เข้ากอง REIT ได้ ถูกที่ ถูกเวลา ตามเป้าหมายที่วางไว้ กลุ่มบริษัทฯยังคงเปิดรับพันธมิตรจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมพัฒนาธุรกิจที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง” นายพีระพงศ์ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)





