
ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ (23 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
- ณ เวลา 10.47 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 110.60 ดอลลาร์ หรือ 2.18% แตะที่ 5,191.50 ดอลลาร์/ออนซ์
ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 6-3 ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.) โดยในคำตัดสินความยาว 170 หน้า ศาลมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรแต่อย่างใด ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับมาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมเงินทุนในช่วงที่เกิดภาวะฉุกเฉินแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามจากต่างประเทศ
แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นาน ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศจัดเก็บภาษีศุลกากรจากทั่วโลกในอัตรา 10% เป็นเวลา 120 วัน และต่อมาในวันเสาร์ (21 ก.พ.) ปธน.ทรัมป์ได้ปรับเพิ่มขึ้นภาษีดังกล่าวเป็น 15% โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี ค.ศ. 1974 ซึ่งมอบอำนาจด้านภาษีแก่ประธานาธิบดีเพื่อจัดการกับปัญหาการขาดดุลการค้าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ยังส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำ เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่ถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)





