
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (23 ก.พ.) ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตามาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
- ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 27,019.21 จุด เพิ่มขึ้น 605.86 จุด หรือ +2.29%
- ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้บวก 0.65% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.68%
- ตลาดหุ้นจีนยังคงปิดทำการในวันนี้เนื่องในเทศกาลตรุษจีน และจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันพรุ่งนี้
- ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดิ
ทั้งนี้ ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 6-3 ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์เมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) โดยในคำตัดสินความยาว 170 หน้า ศาลมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรแต่อย่างใด โดยกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับมาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมเงินทุนในช่วงที่เกิดภาวะฉุกเฉินแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามจากต่างประเทศ
หลังศาลมีคำวินิจฉัยดังกล่าว ทรัมป์ได้ประกาศใช้ภาษีนำเข้าชั่วคราว 10% พร้อมสั่งเปิดการสอบสวนใหม่ภายใต้กฎหมายอื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจนำไปสู่การจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมกับประเทศคู่ค้าหลายราย จากนั้นในวันถัดมา ทรัมป์ปรับเพิ่มอัตราภาษีดังกล่าวเป็น 15% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามที่กฎหมายอนุญาต
อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายมองว่าอัตราภาษี 15% อาจเป็นประโยชน์ต่อหลายประเทศที่เคยถูกทรัมป์ขู่รีดภาษีสูงกว่านี้ เช่น จีนและอินเดีย เป็นต้น
ขณะเดียวกัน เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน โดยผู้นำสหรัฐฯ มีกำหนดเดินทางเยือนจีนระหว่างวันที่ 31 มี.ค. ถึง 2 เม.ย.นี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)





