คาด BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือนหน้า หากเยนยังอ่อนค่าก่อนซัมมิต “ทรัมป์-ทาคาอิจิ”

มาโกโตะ ซากุไร อดีตสมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนมี.ค. หากเงินเยนกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้งก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกาซึ่งที่คาดว่าจะจัดขึ้นในช่วงเดือนดังกล่าว

นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ มีกำหนดการเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ BOJ จะจัดการประชุมนโยบายครั้งถัดไปในวันที่ 18-19 มี.ค. โดยซากุไรคาดการณ์ว่า นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิอาจขอให้ BOJ ช่วยดำเนินการเพื่อสกัดไม่ให้เงินเยนอ่อนค่าลงอีก เนื่องจากการที่สหรัฐฯ ได้ทำการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน หรือ rate check เพื่อพยุงค่าเงินเยนเมื่อเดือนที่แล้วนั้น เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ ต้องการให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์

ซากุไรกล่าวว่า การที่เงินเยนกลับมาอ่อนค่าลงอีกนั้น จะผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นผ่านต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับให้ความเห็นว่า หากญี่ปุ่นจำเป็นต้องสกัดไม่ให้เงินเยนอ่อนค่าลงอีก BOJ ก็มีความชอบธรรมในการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วที่สุดในเดือนมี.ค. โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มการเติบโตของค่าจ้างที่แข็งแกร่ง ในการเจรจาค่าจ้างประจำปีช่วงฤดูใบไม้ผลิระหว่างกลุ่มบริษัทนายจ้างและสหภาพแรงงาน

ทั้งนี้ เขากล่าวว่า BOJ อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยปีละสองครั้งในปี 2569 และ 2570 เพื่อผลักดันอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 0.75% ไปสู่ระดับ 1.75% ซึ่งน่าจะเป็นระดับที่ไม่ทำให้เศรษฐกิจซบเซาหรือร้อนแรงจนเกินไป ขณะเดียวกันเขาเตือนว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่เร็วเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารของญี่ปุ่น โดยทำให้การล้มละลายในกลุ่มบริษัทขนาดเล็กมีจำนวนเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่องบดุลของธนาคารในท้องถิ่น

ซากุไรดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการ BOJ ตั้งแต่ปี 2559 – 2564 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ BOJ เริ่มปรับเปลี่ยนการดำเนินนโยบายจากการซื้อสินทรัพย์มูลค่ามหาศาล ไปเป็นการควบคุมอัตราดอกเบี้ยระยะยาวผ่านการนำมาตรการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมาใช้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)

ข่าวล่าสุด