KJL มั่นใจปี 69 รายได้ฟื้นโต ชูกลยุทธ์ ‘รวมพลคนไฟฟ้า’ ขยายฐานลูกค้า ดันนวัตกรรมใหม่หนุน

นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค [KJL] เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมสำหรับปี 69 ที่ 1,250-1,320 ล้านบาท เติบโต 12-17% จากปีก่อน พร้อมวางแผนสร้างการเติบโตต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้าเฉลี่ย 10-15% ต่อปี ด้วยกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมสัมมนาเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและยกระดับศักยภาพของช่างไฟฟ้า วิศวกร และผู้ออกแบบทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของกิจกรรมสัมมนา “รวมพลคนไฟฟ้า” ซึ่งมุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้องไปยังฐานลูกค้าทั่วประเทศ

รวมถึงการจัดกิจกรรมร่วมกับลูกค้าเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว รวมถึงขยายเครือข่ายของบริษัท สร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้มากขึ้น และประชาสัมพันธ์สินค้าใหม่ ผ่านการททำจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาและขยายส่วนแบ่งทางการตลาด ที่สำคัญที่สุดคือการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการวางรากฐานเพื่อการเติบโตระยะยาว โดยคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการขยายตัวของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและก่อสร้างในอนาคต

ขณะที่ผลประกอบการปี 68 บริษัทมีกำไรสุทธิ 126.88 ล้านบาท ลดลง 30.04% เมื่อเทียบกับปี 67 จากการปรับตัวลดลงของราคาวัตถุดิบในตลาดและสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทต้องปรับราคาขายให้สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบ และต้องจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาและขยายส่วนแบ่งทางการตลาด ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงเล็กน้อย โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,122.90 ล้านบาท ลดลง 6.76% YoY

โดยรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทฯ ยังคงมาจากรายได้จากการขายสินค้ามาตรฐานเคเจแอล ซึ่งประกอบไปด้วยตู้ไฟสวิทช์บอร์ด ตู้กันน้ำแบบมีหลังคาเพื่อใช้ภายนอกอาคาร และตู้ไฟฟ้ากันฝุ่นสำหรับงานอุตสาหกรรม รวมถึงรางเดินสายไฟ รางไวร์เวย์ รางเคเบิ้ลแลดเดอร์ รางเคเบิ้ลรวมถึงสินค้ากลุ่มพลาสติก และกลุ่ม 5K ที่เป็นสินค้าใหม่ในช่วง 2 ปีหลังที่ผ่านมา โดยคิดเป็น 72.40% และรายได้จากการขายสินค้าสั่งผลิต (MTO) ตามความต้องการของลูกค้า สามารถปรับเปลี่ยนข้อกำหนดสินค้าในส่วนของขนาด สี และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตได้ เช่น ตู้สวิทช์บอร์ดขนาดใหญ่ ตู้ Main Distribution Board (MDB) ตู้คอนโทรลต่างๆ รวมถึงการผลิตโครงเหล็กให้แก่ลูกค้าที่ต้องการทำหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น โดยคิดเป็น 20.59% ของรายได้จากการขาย

ทั้งนี้ บริษัทยังคงรักษาอัตราการใช้เครื่องจักรให้อยู่ในระดับ 70-80% รวมถึงใช้เทคโนโลยีระบบควบคุมการผลิตแบบ Industry 4.0 มาใช้ ผ่านการลงทุนในเครื่องจักรอัตโนมัติ ส่งผลให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิผล

ขณะที่การลงทุนในโครงการศูนย์นวัตกรรม KJL Innovation Campus (KiN) ที่สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ที่ทันสมัย เข้าถึงอุตสาหกรรมใหม่ ๆ โดยมีการจัดทำ Metal Design Lab และ Metal Total Solution พร้อมทั้งสร้าง Brand Experience รวมไปถึงสร้างโอกาสการได้เปรียบทางการแข่งขัน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1-2/69

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)