
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ (FT) รายงานวันนี้ (23 ก.พ.) ว่า คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้รับค่าตอบแทนราว 140,000 ยูโร (ประมาณ 5,120,000 บาท) ต่อปี จากการเป็นกรรมการบริหารของธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ (BIS) ซึ่งสวนทางกับกฎระเบียบของ ECB ที่สั่งห้ามพนักงานรับค่าตอบแทนจากหน่วยงานภายนอก
รายงานข่าวระบุว่า ตามปกติแล้ว BIS จะไม่มีนโยบายเปิดเผยข้อมูลการจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายบุคคล แต่ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผย หลังจากลาการ์ดได้ส่งหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.) ถึงฟาบิโอ เดอ มาซี สมาชิกรัฐสภายุโรปจากเยอรมนีและเพื่อนร่วมงาน โดยเธอยอมรับเป็นครั้งแรกว่าได้รับเงินจำนวน 130,457 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 140,000 ยูโร จาก BIS ในปี 2568
ประเด็นดังกล่าวได้นำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในองค์กร โดยพนักงานของ ECB บางส่วนได้ใช้กระดานสนทนาภายในเพื่อร้องเรียนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งการที่ประธาน ECB รับค่าตอบแทนนั้น ถูกมองว่าเป็นเรื่องสองมาตรฐาน เนื่องจากตัวแทนของ ECB ได้ระบุไว้ชัดเจนกับ FT ว่า พนักงานของ ECB ไม่สามารถรับค่าตอบแทนสำหรับกิจกรรมที่ตนปฏิบัติในระหว่างการทำหน้าที่ของ ECB ได้
อนึ่ง ข่าวการรับค่าตอบแทนดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทิศทางการดำรงตำแหน่งของลาการ์ดกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน ท่ามกลางกระแสข่าวลือในตลาดว่าเธออาจลาออกก่อนหมดวาระเพื่อไปดำรงตำแหน่งประธานเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) และเปิดทางให้นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีอิทธิพลต่อกระบวนการสรรหาว่าที่ประธาน ECB ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในเดือนเมษายน 2570
อย่างไรก็ดี ลาการ์ดได้กล่าวยืนยันในภายหลังว่า ตนมีความคาดหวังที่จะดำรงตำแหน่งประธาน ECB จนครบวาระในเดือนตุลาคม 2570
แม้ผู้นำทั้ง 27 ชาติของสหภาพยุโรป (EU) จะเป็นผู้แต่งตั้งประธาน ECB อย่างเป็นทางการ แต่ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างฝรั่งเศสและเยอรมนีมักมีบทบาทสำคัญในการเจรจาต่อรองตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการเมืองภายในสถาบันต่าง ๆ ของ EU
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)





