
ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ หารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล ที่กรุงโซลในวันนี้ (23 ก.พ.) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องขยายความร่วมมือในหลายด้าน เช่น การค้า แร่สำคัญ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม
ในการนี้ ผู้นำทั้งสองยังร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 10 ฉบับ ครอบคลุมนโยบายการค้าและอุตสาหกรรม แร่สำคัญ เศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เกษตรกรรม สาธารณสุขและเทคโนโลยีชีวภาพ การแลกเปลี่ยนระหว่างธุรกิจขนาดย่อม (SME) รวมถึงการปฏิบัติงานร่วมกันของตำรวจในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ยาเสพติด และภัยคุกคามข้ามชาติอื่น ๆ
ปธน.อีกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้รับรองแผนปฏิบัติการระยะ 4 ปี เพื่อกำหนดแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการขยายความร่วมมือทวิภาคี ตั้งแต่ด้านแร่ยุทธศาสตร์ อุตสาหกรรมกลาโหมและอวกาศ ตลอดจนความมั่นคงทางอาหาร โดยบราซิลถือเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ในภูมิภาคอเมริกาใต้ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจจึงเป็นวาระสำคัญในการหารือครั้งนี้
ด้านปธน.ลูลาระบุว่า บราซิลมีปริมาณสำรองแร่หายากขนาดใหญ่ และมีแหล่งแร่นิกเกิลที่อุดมสมบูรณ์ โดยรัฐบาลหวังว่าจะสามารถดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเกาหลีใต้ได้
นอกเหนือจากมิติด้านเศรษฐกิจ ปธน.อีกล่าวว่า ผู้นำทั้งสองมีแผนยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีขึ้นเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งร่วมมือกันรักษาเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี โดยปธน.เกาหลีใต้ได้กล่าวระหว่างการแถลงข่าวร่วมว่า “สันติภาพที่เกิดขึ้นจากสภาวะที่ไม่จำเป็นต้องมีความขัดแย้งต่อกัน คือความมั่นคงที่แข็งแกร่งที่สุด”
การหารือครั้งนี้จัดขึ้นที่ทำเนียบชองวาแด (Blue House) ซึ่งถือเป็นการจัดพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการงานใหญ่ครั้งแรก นับตั้งแต่ปธน.อีย้ายสำนักงานกลับมายังทำเนียบแห่งนี้ โดยสำนักประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่า จะมีการจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการในคืนวันจันทร์ ซึ่งจะเสิร์ฟเมนูบาร์บีคิว พร้อมการแสดงดนตรีบอสซาโนวาของบราซิล บรรเลงโดยวงแจ๊สเกาหลีใต้ร่วมกับคณะนักร้องประสานเสียงเด็ก
สำหรับการเดินทางเยือนกรุงโซลอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปีของปธน.บราซิลในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำทั้งสอง ซึ่งเคยพบกันครั้งแรกในการประชุมสุดยอด G7 ที่แคนาดาเมื่อปีที่แล้ว และพบกันอีกครั้งในเวที G20 ที่แอฟริกาใต้ โดยทั้งคู่ดูเหมือนจะสนิทสนมกันมากขึ้นจากประสบการณ์ชีวิตวัยเด็กที่คล้ายคลึงกัน ทั้งการทำงานในโรงงานและการเคยได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน
ในช่วงก่อนหน้านี้ของวันเดียวกัน ปธน.อีได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์เพื่อต้อนรับปธน.ลูลา พร้อมกล่าวถึงภูมิหลังชีวิตของผู้นำทั้งสองว่า “ในฐานะที่ท่านเคยเป็นแรงงานเด็กมาก่อน ท่านได้ใช้ทั้งชีวิตพิสูจน์ให้เห็นว่า ประชาธิปไตยคือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางสังคมและเศรษฐกิจ ผมขอชื่นชมเส้นทางชีวิต การต่อสู้ และความสำเร็จของท่าน ซึ่งจะถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยโลกตลอดไป”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)





