AIRA ปั้น Next ERA “ไอร่า พรอพเพอร์ตี้” ผนึก Hilton บุกสีลม จ่อผุด Token REITs-ดันเข้าตลาดหุ้น

บมจ.ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทแกนหลัก (Flagship) ด้านอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่ม บมจ.ไอร่า แคปปิตอล [AIRA] เปิดแผนยุทธศาสตร์ “Next ERA” แนวทาง 4 มิติขับเคลื่อนธุรกิจ ล่าสุดผนึกเชนโรงแรมระดับโลก “Hilton” บริหารบิ๊กโปรเจกต์โรงแรม DoubleTree by Hilton Bangkok Silom มูลค่า 2,300 ล้านบาท คาดเปิดปี 72 พร้อมเปิดแผนตั้ง Token REITs ในญี่ปุ่น และนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นไทยหรือต่างประเทศ

นางนลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIRA กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจในลักษณะ Investment Holding Company โดยมีโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มธุรกิจการเงินและการลงทุนครบวงจร เช่น ธุรกิจหลักทรัพย์, วาณิชธนกิจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างรายได้จากบริการทางการเงิน และ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มี ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ เป็น Flagship ในการพัฒนาและบริหารโครงการอาคารสำนักงานและโรงแรมระดับพรีเมียม เน้นอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้าง Recurring Income

ทิศทางการเติบโตต่อจากนี้ AIRA จะเน้นการเติบโตในสายอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคง ให้ผลตอบแทนที่ชัดเจนกว่า ต่างจากธุรกิจการเงินที่มีความผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม ในด้านธุรกิจการเงินก็ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ซึ่งหากมีพันธมิตรที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพการเติบโตให้กับธุรกิจการเงินบริษัทก็พร้อมเปิดรับ

การก้าวสู่ทศวรรษใหม่ของ ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ เพื่อยกระดับสู่การเป็นผู้พัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศในอนาคตและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเมืองอย่างยั่งยืน ดำเนินการผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

1.) Strategic Recurring Income มุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำที่มั่นคงและกระแสเงินสดต่อเนื่อง ทั้งอาคารสำนักงานเกรด A และการพัฒนาโครงการโรงแรมระดับ Upscale ใจกลางสีลม ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2.) โมเดลการเติบโตแบบ Asset Light & Synergy โดยใช้ความเชี่ยวชาญทางการเงินของกลุ่ม AIRA มาต่อยอดธุรกิจอสังหาฯ ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำ และการวางแผนจัดตั้งกองทรัสต์ (REITs) เพื่อต่อยอดการลงทุนใหม่ๆ

3.) การเตรียมความพร้อมเพื่อมุ่งสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) โดยจะนำ “ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอนาคต เพื่อสร้างฐานทุนที่แข็งแกร่ง

นางนลินี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่คงต้องรอจังหวะและบรรยากาศการลงทุนที่เหมาะสม โดยได้ศึกษาความเป็นไปได้ทั้งการจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมสัมมนากับตลาดหลักทรัพย์ในญี่ปุ่นมาแล้ว 3 ครั้ง คงต้องดูว่าการเข้าจดทะเบียนที่ใดจะเสริมให้การดำเนินธุรกิตสะดวกมากกว่า แต่จะให้ความสำคัญกับตลาดหุ้นในประเทศก่อน

นอกจากนี้ ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมีแผนในการจัดตั้ง REITs เพื่อเพิ่มศักยภาพในการลงทุนนั้น บริษัทต้องการสร้างกอง REITs ที่มีสภาพคล่อง ดังนั้นขนาดโครงการเดียวอาจไม่เพียงพอ และต้องมีอีกหลายโครงการเพิ่มเติม ขณะเดียวกันการซื้อขายในไทยสภาพคล่องน้อย จึงมีแนวคิดในการจัดตั้ง Token REIT ซึ่งจะมีการศึกษาร่วมกับพันธมิตรในญี่ปุ่น

“จริงๆ ปัญหาของเมืองไทยคือ REIT ในเมืองไทยสภาพคล่องยังไม่ดีพอ คือสภาพคล่องต้องมีถึงจุดหนึ่งก่อนแล้วถึงจะเป็น Token REIT ได้ ดังนั้นถ้ามีความเป็นไปได้และ Asset เรามากเพียงพอ ไอร่าอาจจะเป็นบริษัทแรกที่เข้า Token REIT ในญี่ปุ่น”นางนลินี กล่าว

นายเจนวิทย์ รุ่งกิจวรเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดว่า “เราไม่ได้เพียงแค่สร้างอาคาร แต่สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” (We aren’t just building structures, we are building lasting value.) โดยการผสานนวัตกรรมเข้ากับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากลเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาฯ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งบริหารจัดการสินทรัพย์คุณภาพสูงเพื่อสร้างรายได้ประจำ

ความสำเร็จที่ผ่านมาจากโครงการ Spring Tower อาคารสำนักงานเกรด A บริเวณแยกราชเทวี ได้การรับรองมาตรฐาน LEED Gold Certified ปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่ 93% และวางแผนเพิ่ม Fitness Center เพื่อเสริมความเป็นอาคารที่ตอบโจทย์ Workplace Well-being ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ รวมถึงการปรับพื้นที่ให้มี EV Charging Station พัฒนาฟังก์ชันให้ทันสมัยอยู่เสมอเพื่อเพิ่มมูลค่าภายใต้กลยุทธ์ Asset Enhancement ยกระดับอาคาร Spring Tower และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง

บริษัทฯ วางยุทธศาสตร์ต่อยอดความสำเร็จสู่ “Next ERA” เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน ผ่านแนวทาง 4 มิติ ได้แก่

1) การพัฒนาเศรษฐกิจ

2) การพัฒนาสังคมและชุมชน

3) การส่งเสริมวัฒนธรรม ศิลปินไทยและบริการที่เป็นเอกลักษณ์แบบไทย

4) ความยั่งยืน (ESG and sustainability)

พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจผ่านการพัฒนาโครงการโรงแรมระดับ Upscale ในทำเลศักยภาพท่ามกลางศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ใจกลางกรุงเทพ โดยปัจจุบันบริษัทฯอยู่ระหว่างพัฒนาและยื่นรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อก่อสร้างโรงแรมระดับ Upscale ความสูง 29 ชั้น จำนวน 303 ห้อง ย่านสีลม มูลค่า 2,300 ล้านบาท ออกแบบเป็น Green Building รองรับมาตรฐาน LEED Hospitality

ล่าสุด ได้ร่วมกับ Hilton เจ้าของแบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลก “DoubleTree by Hilton Bangkok Silom” (ดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน แบงคอค สีลม) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 69 และแล้วเสร็จภายในปี 72 รวมถึงการระดมทุนผ่านการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และการจัดตั้ง REITs เพื่อเพิ่มศักยภาพการลงทุน

Ms. Maria Ariizumi, Vice President, Development, South East Asia, Hilton กล่าวว่า เมื่อเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ มั่นใจว่าโรงแรม DoubleTree by Hilton Bangkok Silom จะมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับยิ่งขึ้นในย่านธุรกิจและไลฟ์สไตล์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร โดยมีรากฐานมาจากความเชี่ยวชาญด้านการบริการระดับโลกของ Hilton ซึ่งได้รับการสั่งสมและพิสูจน์มานานกว่าหนึ่งศตวรรษ ควบคู่กับกลยุทธ์ที่เน้นแบรนด์เป็นศูนย์กลาง ขับเคลื่อนด้วยเครือข่าย และใช้ศักยภาพของแพลตฟอร์มอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยตั้งตารอที่จะได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ AIRA Property เพื่อมอบประสบการณ์ระดับรางวัลของแบรนด์ DoubleTree by Hilton และร่วมสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)