
ทางการจีนขึ้นบัญชีดำหน่วยงานของญี่ปุ่น 20 แห่ง รวมถึงบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสทรีส์ (Mitsubishi Heavy Industries) ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะทำให้ข้อพิพาทระหว่างสองประเทศทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง
กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (24 ก.พ.) โดยได้เพิ่มรายชื่อบริษัทเหล่านี้ในบัญชีควบคุมการส่งออกและให้มีผลบังคับใช้ทันที โดยข้อกำหนดดังกล่าวห้ามไม่ให้ผู้ส่งออกจัดส่งสินค้าที่ใช้งานได้สองทาง (dual-use items) ซึ่งหมายถึงสินค้าที่ใช้งานได้ทั้งในทางพลเรือนและทางทหารนั้น ให้กับบริษัทคู่สัญญาด้านการผลิตยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศรายใหญ่ที่สุดบางแห่งของญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังสั่งห้ามหน่วยงานในต่างประเทศไม่ให้จัดหาเทคโนโลยีที่ใช้งานได้สองทางที่มีต้นกำเนิดจากจีน ให้กับบริษัทเหล่านี้อีกด้วย
“วัตถุประสงค์ของมาตรการเหล่านี้คือเพื่อยับยั้งการกลับมาเสริมสร้างกำลังทางทหาร และความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น การดำเนินการเหล่านี้ถือว่ามีความชอบธรรม สมเหตุสมผล และถูกกฎหมายอย่างสิ้นเชิง” กระทรวงพาณิชย์ระบุในแถลงการณ์
ส่วนมาตรการขั้นรองนั้น จีนได้เพิ่มรายชื่อหน่วยงานของญี่ปุ่นอีก 20 แห่ง รวมถึงซูบารุ (Subaru) และมิตซูบิชิ แมททีเรียลส์ (Mitsubishi Materials) อยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง (monitor list) ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันทีเช่นกัน โดยแม้ว่าจะไม่ใช่การสั่งแบนโดยสิ้นเชิง แต่สถานะนี้ทำให้ผู้ส่งออกต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้นเมื่อยื่นขอใบอนุญาตส่งออกสินค้าที่ใช้งานได้สองทาง
ข่าวดังกล่าวได้ฉุดกลุ่มยุทโธปกรณ์และกลุ่มเครื่องจักรสำหรับงานหนักของญี่ปุ่นร่วงลงในช่วงเช้านี้ โดยหุ้น Mitsubishi Heavy ร่วงลง 3.6% ขณะที่หุ้น Kawasaki Heavy และ IHI Corp. ต่างก็ดิ่งลงกว่า 5%
ทั้งนี้ รายการควบคุมการส่งออกสินค้าที่ใช้งานได้สองทางของจีนมีมากกว่า 800 รายการ ตั้งแต่แร่หายาก เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเซนเซอร์ ไปจนถึงอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ในการขนส่งทางเรือและอวกาศ โดยในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา จีนได้สั่งห้ามส่งออกสินค้าที่ใช้งานได้สองทางทั้งหมดไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อป้องกันไม่ให้ญี่ปุ่นนำไปใช้ในทางทหาร
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ก.พ. 69)





