
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ [NER] เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 10% จากปี 2567 ด้านอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 10-11% โดยคาดว่าราคายางน่าจะอยู่ในทิศทางขาขึ้นอย่างเต็มตัวมากขึ้น มองราคายางเฉลี่ยทุกประเภทอยู่ที่ 70 บาท ขณะเดียวกันบริษัทมุ่งเน้นขยายตลาด โดยเฉพาะตลาดอินเดีย ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากอินเดียเป็น 10% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 5% นอกจากนี้คาดว่าจะเพิ่มลูกค้าใหม่อีก 2-3 รายภายในปีนี้
ขณะที่ธุรกิจแผ่นยางพาราปูรองปศุสัตว์ มียอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มียอดขาย 9.2 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 10 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันลูกค้าเริ่มรับรู้ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทนำไปขายในตลาด และมีลูกค้ารายใหญ่ตอบรับการใช้งานแผ่นปูรอง ทั้งในประเทศและในญี่ปุ่นที่บริษัทได้ไปนำเสนอและมีคำสั่งซื้อกลับมา คาดยอดขายจะเริ่มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับประเด็นภาษีการค้าสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาล่าสุด มองว่าเป็นระดับอัตราภาษีที่ลดลง ดีต่อการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีลูกค้าที่จะชะลอคำสั่งซื้อ ส่วนประเด็นจีนยกเว้นภาษีนำเข้า 53 ประเทศในแอฟริกา ซึ่งแอฟริกามีการส่งออกไปที่จีน เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ไทยต้องเผชิญกับคู่แข่งที่มีการส่งออกยางธรรมชาติไปจีนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าความสามารถในการแข่งขันของแอฟริกาอาจยังไม่เท่าไทย เนื่องจากการผลิตที่ยังไม่ถึงครึ่งที่ไทยสามารถผลิตได้ และอาจต้องใช้เวลาพอสมควรในการเพิ่มกำลังการผลิตให้สามารถแข่งขันกับไทยได้ แม้ราคายางพาราจะถูกกว่า แต่ก็มีค่าขนส่งและระยะเวลาในการขนส่งสูงขึ้นเช่นเดียวกัน
ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) บริษัทฯ มีรายได้รวม 30,510.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,014.04 ล้านบาท หรือ 10.96% และมีกำไรสุทธิ 1,884.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 232.05 ล้านบาท หรือ 14.04% โดยมีปริมาณการขายรวม 475,430 ตัน เพิ่มขึ้น 36,251 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 8.25% จากปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการใช้ยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ก.พ. 69)





