
บริษัท Hong Kong Exchanges and Clearing Ltd (HKEX) ผู้ดำเนินการตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเอเชีย รายงานกำไรสุทธิปี 2568 ทำสถิติสูงสุดเป็นปีที่สองติดต่อกัน เพิ่มขึ้น 36% แตะ 1.775 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นและความคึกคักของการนำบริษัทเข้าจดทะเบียน
กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 1.775 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง (2.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือ 14.05 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกงในปี 2567 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในขณะนั้น และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 1.744 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2568 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 15% อยู่ที่ 4.34 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง จาก 3.78 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงในช่วงเดียวกันของปี 2567 และสูงกว่าประมาณการตลาดที่ 3.8 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง
คณะกรรมการบริษัทเสนอจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งที่สองที่ 6.52 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น ส่งผลให้เงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่ 12.52 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 9.26 ดอลลาร์ฮ่องกงในปี 2567 โดยยังคงอัตราการจ่ายปันผลไว้ที่ 90% ของกำไร
บอนนี ฉ่าน เหย็กเถ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HKEX ระบุว่า ในปี 2568 บริษัทได้ตอกย้ำบทบาทการเป็นตัวเชื่อมตลาดทุนระดับโลก กลับมาครองตำแหน่งศูนย์กลางการระดมทุนผ่าน IPO อันดับหนึ่งของโลก และสร้างสถิติใหม่ทั้งด้านมูลค่าการซื้อขายและผลประกอบการทางการเงิน
เธอยังมองว่า แม้ปี 2569 อาจเผชิญความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจมหภาค แต่ยังมีปัจจัยสนับสนุนตลาดทุน เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกปรับพอร์ตเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในโลกที่มีหลายขั้วอำนาจมากขึ้น โดยหันมากระจายความเสี่ยงและมองหาโอกาสในการบริหารความเสี่ยงผ่านสินทรัพย์ในเอเชีย โดยเฉพาะสินทรัพย์จีน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)





