“คิม จองอึน” แย้มเปิดทางสัมพันธ์สหรัฐฯ หากเลิกท่าทีเป็นปฏิปักษ์ แต่ย้ำเดินหน้าเสริมนิวเคลียร์

คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ กล่าวบนเวทีการประชุมใหญ่ของพรรคแรงงานเกาหลีว่า เกาหลีเหนือสามารถปรับปรุงความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ได้ หากสหรัฐฯ ยุตินโยบายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ ขณะเดียวกันยืนยันจะเสริมสร้างขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของเกาหลีเหนือรายงานว่า การประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีซึ่งจัดขึ้นทุก 5 ปี และใช้เวลานาน 1 สัปดาห์ ปิดฉากลงด้วยขบวนพาเหรดทางทหารในช่วงค่ำวันพุธที่ผ่านมา (25 ก.พ.) โดยคิมพร้อมคิม จูแอ บุตรสาว เข้าร่วมพิธี

ในรายงานทบทวนนโยบายตลอด 5 ปี คิมระบุว่า เกาหลีเหนือจะเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ต่อการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ ในอนาคต พร้อมชี้ว่าสหรัฐฯ ยังคงมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อเปียงยางไม่เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม คิมกล่าวว่า หากสหรัฐฯ ยุติท่าทีเป็นศัตรู ก็ไม่มีเหตุผลที่ทั้งสองฝ่ายจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ พร้อมย้ำว่า ทิศทางความสัมพันธ์ทวิภาคีขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายสหรัฐฯ

คิมยังประกาศว่า ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติหรือการเผชิญหน้าระยะยาว เกาหลีเหนือพร้อมรับทุกสถานการณ์ และตัวเลือกดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่เปียงยางฝ่ายเดียว โดยย้ำด้วยว่า การขยายและเสริมสร้างกำลังนิวเคลียร์เป็นเจตจำนงที่แน่วแน่ของพรรค และเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ยับยั้งของประเทศ

ส่วนความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ คิมเน้นย้ำนโยบายของเกาหลีเหนือในการตัดเกาหลีใต้ออกจากการเป็น “พี่น้องร่วมชาติ” และจะถือว่าเกาหลีใต้เป็นรัฐศัตรูถาวร

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แสดงความพร้อมหลายครั้งนับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวว่า จะรื้อฟื้นการเจรจากับคิม โดยทั้งสองเคยพบกันด้วยตนเอง 3 ครั้งระหว่างปี 2561-2562 ในวาระแรกของทรัมป์ แต่การเจรจานิวเคลียร์สิ้นสุดลงโดยไม่บรรลุข้อตกลง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)