
บมจ.ดู เดย์ ดรีม [DDD] วางแผนธุรกิจในปี 69 ยังมองหาโอกาสการขยายธุรกิจทุกรูปแบบ ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงแผนการจับมือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มความสามารถในการพัฒนาธุรกิจ และสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจให้เติบโต เพื่อเสนอผลิตภัฑณ์ใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลการดำเนินงานปี 68 มีรายได้จากการขายเท่ากับ 1,342.84 ล้านบาท ลดลง 5.90% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ภาพรวมของเศรษฐกิจมีการชะลอตัวจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่าย นอกจากนี้การแข่งขันจากคู่แข่งในกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวปรับลดลง 12.60% โดยเป็นการลดลงของรายได้จากการขายในต่างประเทศ 39.45% ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศจากบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย (Authorized Distributor) ในบางประเทศ ส่งผลโดยตรงต่อการรับรู้รายได้จากการขาย จากเดิมรับรู้รายได้จากยอดขายจากลูกค้า (End Customer) เป็นการรับรู้รายได้จากการขายให้ตัวแทนจำหน่ายซึ่งเป็นราคาขายส่ง (Wholesale Price)
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของยอดขายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น 13.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยการเติบโตหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมภายใต้แบรนด์ SPARKLE ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก นอกจากนี้บริษัทยังคงขยายตลาดช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของผู้บริโภคและรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ส่วนรายได้จากส่วนงานธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงามปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.45% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด รวมถึงการกระตุ้นยอดขายอย่างสม่ำเสมอ โดยมีแบรนด์ LESASHA ผู้นำตลาดอุปกรณ์จัดแต่งทรงผม เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของส่วนงานดังกล่าว
ขณะที่ต้นทุนขายรวม 551.66 ล้านบาท ลดลง 9.98% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เต็มกำลังการผลิตของโรงงาน (Full Capacity Utilization) ส่งผลให้เกิดความประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) นอกจากนี้ในปีปัจจุบันไม่มีการขายสินค้ารายการพิเศษ (Big Lot) ให้กับลูกค้ารายหลักในต่างประเทศ
ด้านค่าใช้จ่ายในการขาย 394 ล้านบาท ลดลง 16.02% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยลดลงในส่วนของค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายภายใต้นโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัท ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มช่องทางการขายสินค้าเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเท่ากับ 349.17 ล้านบาท ลดลง 5.89% สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายภายในกลุ่มบริษัท จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น บริษัทมีกำไรสุทธิ (Net Profit) เท่ากับ 68.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.59 ล้านบาท หรือเติบโต 233% โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 1.37% เป็น 4.92% เมื่อเทียบกับรายได้รวม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)





