
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป (Toyota Motor Corp.) เปิดเผยในวันนี้ (26 ก.พ.) ว่า ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี แตะที่ระดับ 822,577 คัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดสำหรับเดือนม.ค. โดยได้แรงหนุนจากความต้องการรถยนต์ไฮบริดในอเมริกาเหนือที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แม้บริษัทเผชิญปัจจัยลบจากนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ก็ตาม
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า โตโยต้าซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกในแง่ของปริมาณยอดขาย ยังทำสถิติยอดขายในต่างประเทศสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 699,512 คันในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 6.1% โดยได้แรงหนุนจากความต้องการรถยนต์ซีดานรุ่น Corolla และ Camry ในตลาดอเมริกาเหนือ โดยยอดขายรถรุ่นดังกล่าวพุ่งขึ้น 7.5% สู่ระดับ 205,582 คัน
ยอดขายในยุโรปเพิ่มขึ้น 11.5% สู่ระดับ 104,727 คัน ขณะที่ยอดขายในจีนเพิ่มขึ้น 6.6% สู่ระดับ 145,464 คัน โดยได้ปัจจัยบวกจากความต้องการรถรุ่น Corolla Cross สวนทางกับยอดขายในญี่ปุ่นที่ปรับตัวลง 2.7% มาอยู่ที่ระดับ 123,065 คัน
ยอดขายรถยนต์ไฮบริดทั่วโลกของโตโยต้าในเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 6% แตะที่ 365,499 คัน ส่วนยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยรวมเพิ่มขึ้น 8.3% แตะที่ 414,386 คัน
สำหรับการผลิตทั่วโลกของโตโยต้า ลดลง 6% สู่ระดับ 735,097 คัน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงจากระดับของปี 2568 ติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม ในขณะที่โตโยต้ากำลังเตรียมผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ
ส่วนการผลิตในอเมริกาเหนือลดลง 24.8% สู่ระดับ 134,351 คันในเดือนม.ค. โดยมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนโฉมของรถ SUV รุ่น RAV4 ขณะที่การผลิตในญี่ปุ่นลดลง 6.1% สู่ระดับ 249,827 คัน อันเนื่องมาจากจำนวนวันทำงานที่น้อยลงในเดือนม.ค.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)





