
ฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) โดยยืนยันว่าเธอไม่มีส่วนรู้เห็นใด ๆ เกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมของเจฟฟรีย์ เอปสตีน และกีเลน แมกซ์เวลล์ ผู้สมรู้ร่วมคิด
ฮิลลารีระบุในแถลงการณ์ที่โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ดิฉันไม่ทราบเรื่องกิจกรรมที่ผิดกฎหมายของพวกเขาเลย ดิฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยพบกับนายเอปสตีน ดิฉันไม่เคยโดยสารเครื่องบินของเขา และไม่เคยไปเยือนเกาะ บ้านพัก หรือสำนักงานของเขา ดิฉันไม่มีอะไรจะกล่าวเพิ่มเติมในเรื่องนี้”
แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่ฮิลลารีจะเข้าให้การเป็นการภายในต่อคณะกรรมาธิการการกำกับดูแลและการปฏิรูปรัฐบาลแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (House Oversight and Government Reform Committee) ที่เมืองแชปปากัว รัฐนิวยอร์ก
ขณะที่บิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้เป็นสามี มีกำหนดเข้าให้การในลักษณะเดียวกันในวันศุกร์ (27 ก.พ.) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2526 ที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องเข้าให้การต่อสภาคองเกรส
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในแถลงการณ์ฉบับนี้ ฮิลลารียังได้กล่าวหาคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวว่าพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของสังคมออกจากประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับเอปสตีน
“พวกคุณบีบบังคับให้ดิฉันมาให้การ ทั้งที่รู้ดีว่าดิฉันไม่มีข้อมูลใด ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน เพียงเพื่อต้องการเบี่ยงเบนความสนใจจากพฤติกรรมของประธานาธิบดีทรัมป์และช่วยปกปิดเรื่องดังกล่าว ทั้งที่มีเสียงเรียกร้องอย่างชอบธรรมให้มีการชี้แจงความจริง” ฮิลลารีกล่าว
“หากคณะกรรมาธิการชุดนี้จริงจังกับการค้นหาความจริงเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ของเอปสตีน ก็ไม่ควรพึ่งพาแค่วงสัมภาษณ์สื่อเพื่อหาคำตอบจากประธานาธิบดีคนปัจจุบันเกี่ยวกับส่วนพัวพันของเขา แต่ควรเรียกเขามาซักถามโดยตรงภายใต้การสาบานตน ถึงกรณีที่มีชื่อของเขาปรากฏอยู่ในเอกสารคดีเอปสตีนหลายหมื่นครั้ง” ฮิลลารีระบุ
ด้านเจมส์ โคเมอร์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าการสอบสวนครั้งนี้เป็นเกมการเมืองที่พุ่งเป้ามายังฮิลลารี คลินตัน โดยยืนยันว่า “ในขณะนี้ยังไม่มีใครกล่าวหาว่าครอบครัวคลินตันกระทำความผิดใด ๆ” พร้อมระบุว่าการเข้าให้การของทั้งสองจะถูกบันทึกวิดีโอและจะมีการเปิดเผยบันทึกคำให้การต่อสาธารณชนในภายหลัง
อนึ่ง ครอบครัวคลินตันยอมตกลงที่จะเข้าให้ปากคำ หลังจากที่ข้อเสนอในการส่งคำให้การพร้อมการสาบานตนเป็นลายลักษณ์อักษรของพวกเขาถูกปฏิเสธ และโคเมอร์ได้ขู่ว่าจะดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานละเมิดอำนาจรัฐสภา
ทั้งนี้ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีเอปสตีนมากกว่า 3 ล้านหน้า เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่สภาคองเกรสผ่านความเห็นชอบ โดยเอปสตีนเคยรับสารภาพในข้อหาชักชวนผู้เยาว์เพื่อการค้าประเวณีในระดับรัฐเมื่อปี 2551 ก่อนจะถูกจับกุมอีกครั้งในเดือนก.ค. 2562 ในข้อหาค้ามนุษย์ทางเพศระดับรัฐบาลกลาง และได้เสียชีวิตในเรือนจำเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2562 ก่อนที่จะมีการพิจารณาคดี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 69)





