Anthropic ปัดข้อเสนอใหม่เพนตากอน ปมข้อจำกัดใช้ AI ในทางทหาร ย้ำต้องไม่ใช้สอดแนม-ฆ่าคน

แอนโทรปิก (Anthropic) สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สัญชาติอเมริกัน ปฏิเสธข้อเสนอฉบับล่าสุดจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในข้อพิพาทว่าด้วยมาตรการกำกับการนำ AI ไปใช้ในภารกิจทางทหาร ส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างสองฝ่ายทวีความรุนแรงขึ้น ก่อนถึงเส้นตายที่กระทรวงฯ กำหนดให้บริษัทถอนข้อจำกัดดังกล่าว มิฉะนั้นจะเผชิญมาตรการตอบโต้ที่มีผลร้ายแรง

โฆษกแอนโทรปิกระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) ว่า ถ้อยคำในสัญญาฉบับใหม่ยังไม่ตอบโจทย์ข้อกำหนดสำคัญ 2 ประการของบริษัท ได้แก่ การห้ามนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อสอดส่องพลเมืองสหรัฐฯ และการห้ามใช้ในปฏิบัติการโจมตีสังหารอัตโนมัติที่ไม่มีมนุษย์ควบคุม พร้อมเสริมว่า แม้การเจรจายังไม่บรรลุข้อตกลง บริษัทยืนยันว่าจะดำเนินการหารือกับเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ต่อไป และยังคงมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับกองทัพ

รายงานระบุว่า ต้นตอของข้อขัดแย้งอยู่ที่การใช้เครื่องมือ AI อย่าง Claude ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่เครื่องมือ AI ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานบนคลาวด์ที่มีข้อมูลลับของกระทรวงฯ โดยแอนโทรปิกต้องการให้มีกรอบกำกับการใช้งานที่ชัดเจน ขณะที่ฝ่ายกลาโหมมองว่าไม่จำเป็น และต้องการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ จากบริษัท

กระทรวงกลาโหมเตือนว่า หากแอนโทรปิกไม่ถอนข้อจำกัด บริษัทอาจถูกประกาศเป็น “ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน” ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถทำสัญญาร่วมกับบริษัทเอกชนคู่สัญญาของกระทรวงฯ รายใดได้อีก พร้อมขู่ว่าอาจใช้อำนาจภายใต้กฎหมาย Defense Production Act (DPA) เพื่อเข้าถึงซอฟต์แวร์ของบริษัทโดยไม่ต้องได้รับความยินยอม

ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของแอนโทรปิกแถลงว่า บริษัทยังคงพร้อมร่วมมือกับกองทัพ และหวังให้กระทรวงฯ พิจารณาทบทวนจุดยืนที่กำหนดให้คู่สัญญาทุกรายต้องยินยอมให้ใช้เทคโนโลยีได้ในทุกกรณีที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมย้ำว่า “คำขู่เหล่านี้ไม่ทำให้เราล้มเลิกจุดยืน ด้วยหลักมโนธรรม เราไม่สามารถทำตามคำขอของพวกเขาได้”

โฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้เจ้าหน้าที่จะระบุว่าความพยายามล่าสุดของเพนตากอนในการเสนอเงื่อนไขสัญญาใหม่นั้นเป็นการประนีประนอม แต่กลับมีถ้อยคำทางกฎหมายที่อาจเปิดทางให้มีการละเว้นมาตรการคุ้มกัน 2 ข้อของบริษัทได้

อาโมเดอีระบุว่า บริษัททราบดีว่ากระทรวงฯ เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายในกิจการทางทหารของสหรัฐฯ และย้ำว่าเงื่อนไขสองประการของบริษัทไม่ใช่ความพยายามกำหนดนโยบายทางทหาร หากแต่มุ่งป้องกันมิให้เทคโนโลยี AI ที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการพัฒนาและบางครั้งยังมีข้อผิดพลาด ถูกนำไปใช้ในลักษณะที่เกินขีดความสามารถที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ความขัดแย้งดังกล่าวปะทุขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากกระทรวงกลาโหมประกาศยุทธศาสตร์ “AI-first” มุ่งเพิ่มการทดลองใช้โมเดลขั้นสูง และลดข้อจำกัดด้านระเบียบราชการ พร้อมเน้นย้ำให้เลือกใช้โมเดลที่ไม่มีข้อจำกัดด้านนโยบายการใช้งานซึ่งอาจขัดขวางการประยุกต์ใช้งานทางทหารที่ชอบด้วยกฎหมาย

ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกกระทรวงฯ ย้ำว่า การใช้เทคโนโลยี AI จะอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย และไม่มีเจตนาดำเนินการสอดส่องมวลชนหรือพัฒนาอาวุธอัตโนมัติที่ปฏิบัติการโดยไม่มีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมประกาศว่า กระทรวงฯ จะไม่ยินยอมให้บริษัทใดมากำหนดเงื่อนไขในการตัดสินใจเชิงปฏิบัติการของกองทัพ

พาร์เนลล์กล่าวว่า แอนโทรปิกมีเวลาจนถึง 17:01 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ของวันที่ 27 ก.พ. เพื่อตัดสินใจ มิฉะนั้นกระทรวงฯ จะยุติความร่วมมือและประกาศให้บริษัทเป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้ แอนโทรปิก ซึ่งมีมูลค่าประเมินราว 3.8 แสนล้านดอลลาร์ ถือเป็นบริษัท AI รายแรกที่ได้รับอนุญาตให้จัดการข้อมูลลับของเพนตากอน และเครื่องมือ Claude Gov ได้รับความนิยมในหมู่บุคลากรด้านกลาโหม อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังเผชิญการแข่งขันจากคู่แข่ง เช่น xAI ของอีลอน มัสก์ ซึ่งเพิ่งได้รับอนุญาตให้จัดการข้อมูลลับเช่นกัน รวมถึง OpenAI และ Gemini ของกูเกิล

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 69)

ข่าวล่าสุด