ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบ นลท.ขายหุ้นกลุ่มเทคฯ แม้ Nvidia เผยกำไรสูงกว่าคาด

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (27 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของดัชนี Nasdaq ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แม้ว่า Nvidia ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงเกินคาด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 58,528.09 จุด ลดลง 225.30 จุด หรือ -0.38%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 4,139.53 จุด ลดลง 7.10 จุด หรือ -0.17% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับที่ 26,578.03 จุด เพิ่มขึ้น 197.01 จุด หรือ +0.75%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.6% ขณะที่ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.1%

แม้บริษัท Nvidia เปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงเกินคาดในไตรมาส 4 ของปีงบการเงิน 2569 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ปีงบการเงิน 2570 ที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ก็ไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นในตลาดได้

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์และผู้ผลิตชิป เผชิญกับความผันผวนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับต้นทุนมูลค่ามหาศาลของบริษัทในกลุ่มนี้ รวมทั้งความกังวลว่า AI อาจจะเข้ามาดิสรัปต์ธุรกิจในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจซอฟต์แวร์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ไม่นับรวมราคาอาหารสด ปรับตัวขึ้น 1.8% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ของ BOJ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2567

อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อพื้นฐานของกรุงโตเกียวเดือนก.พ.อยู่ในระดับสูงกว่าที่ตลาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.7% โดยตัวเลขดังกล่าวถูกมองว่าสามารถชี้วัดดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วประเทศของญี่ปุ่น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 69)