FPT พุ่งเป้าปี 69 ปั้นรายได้ 1.5 หมื่นลบ.รุกนิคม-คลังฯเบอร์ 1 อาเซียน ผนึก One Bangkok รวบออฟฟิศเกรดพรีเมียม

นายฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) [FPT] กล่าวว่า แผนการดำเนินงานของ FPT ในปี 68/69 (1 ต.ค. 68 – 30 ก.ย. 69) บริษัทตั้งเป้าหมายสร้างรายได้แตะ 1.5 หมื่นล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 1.46 หมื่นล้านบาท โดยมุ่งเน้นเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้โดดเด่นขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน สอดคล้องกับการผนึกกำลังการดำเนินงานของทุกกลุ่มธุรกิจเข้าด้วยกัน ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก คือ

1. A – Accelerate growth by I&L and IE expansion การเร่งสร้างการเติบโตผ่านการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ (I&L) และนิคมอุตสาหกรรม (IE)

2. B – Boosting strength with our largest commercial mixed-use AUM การเสริมสร้างความแข็งแกร่งบริหารจัดการสินทรัพย์โครงการมิกซ์ยูสเชิงพาณิชย์ที้จะมีกว่า 2 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) ในอนาคต

3. C – Customer-centric design and services orientation for residential sector การยึดถือลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการออกแบบและมุ่งเน้นการบริการ สำหรับกลุ่มธุรกิจที่พักอาศัย และ

4. D – Driven by caliber leadership, enabling long-term value creation การขับเคลื่อนด้วยความเป็นผู้นำที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขีดความสามารถในการเติบโตระยะยาว

ปัจจุบันบริษัทมีความโดดเด่นในการเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่มีสินทรัพย์หลากหลาย ทำให้สามารถเชื่อมโยงสินทรัพย์ และความเชี่ยวชาญได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบสินค้า และบริการคุณภาพสูง พร้อมด้วยประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในระยะยาว

บริษัทได้ยกระดับศักยภาพธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ จากสินทรัพย์ที่มีทั้งศูนย์กระจายสินค้า และคลังสินค้า ด้วยพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการ 3.8 ล้านตารางเมตร โดยปี 69 มีแผนพัฒนาเพิ่ม 6 โครงการ คิดเป็นพื้นที่เช่าสุทธิ 188,000 ตารางเมตร ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่รวม 4 ล้านตารางเมตร ใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในปี 69 มีแผนเปิดตัว 4 โครงการ มูลค่ารวม 7.3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการชะลอการเปิดจากปีก่อนที่เปิดไป 7 โครงการ ตามภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีแรงกดดันจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ทำให้บริษัยังต้องระมัดระวังมากขึ้นในการเปิดโครงการใหม่

ส่วนธุรกิจใหม่ บริษัทได้ต่อยอดสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ด้วยการพัฒนาอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA The Eastern Gateway) โครงการระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรม และนวัตกรรมครบวงจร พื้นที่ 4,600 ไร่ ซึ่งในปี 69 ตั้งเป้าหมายมียอดขายไม่ต่ำกว่า 400 ไร่ และเตรียมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ 2,200 ไร่ ด้วยงบลงทุนกว่า 6 พันล้านบาท แบ่งเป็น งบการลงทุนที่ดิน 3.7 พันล้านบาท และงบการพัฒนานิคมอุตลาหกรรม 2.2 พันบาท คาดว่าจะสรุปรูปแบบการพัฒนาใน 1 ปี และพัฒนาแล้วเสร็จภายใน 5 ปีนับจากนี้ ซึ่งมองว่าตอบสนองความต้องการของลูกค้าในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ บริษัทได้ร่วมกับโครงการ วัน แบงค็อก (One Bangkok) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ทำให้มีพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ เพื่อพาณิชยกรรมระดับพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันบริษัทบริหารจัดการอาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมและรีเทลในทำเล CBD พื้นที่รวม 1.84 ล้านตารางเมตรทั้งหมด 7 โครงการมิกซ์ยูส และ 10 อาคารสำนักงาน ซึ่งใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT จำนวน 9 แห่ง สามารถรองรับความต้องการของบริษัทข้ามชาติและองค์กรชั้นนำของไทย

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เสริมแกร่งการดำเนินงานด้วยทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละธุรกิจ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต ด้วยการวางโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อผสานการดำเนินงานของธุรกิจพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัยให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น รวมถึงเสริมระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เชื่อมต่อแต่ละธุรกิจ ทำให้บริษัทมีความโดดเด่นในการเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่มีสินทรัพย์หลากหลาย และเชื่อมโยงสินทรัพย์ และความเชี่ยวชาญได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบสินค้า และบริการคุณภาพสูง พร้อมด้วยประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในระยะยาว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 69)