
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กรณีการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลที่ผ่านมา โดยขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายขาดความซื่อสัตย์สุจริตและผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง แม้รัฐบาลจะยุบสภาแล้วแต่ยังคงอยู่ในสถานะรักษาการ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงเหตุผลที่เพิ่งมายื่นร้องเรียนในช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่า เนื่องจากเห็นสถานการณ์ทางการเมืองมีแนวโน้มขยายอำนาจมากขึ้น และมองว่า นายอนุทินจะกินรวบหรือคุมทั้งประเทศ โดยได้ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่า มีการซื้อสิทธิขายเสียงในหลายพรรคการเมืองใหญ่ รวมถึงการใช้อำนาจรักษาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด และนายอำเภอ ซึ่งอาจมีผลต่อการควบคุมกระบวนการเลือกตั้ง พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีความเป็นอิสระเพียงใด
ส่วนการร้องเรียนครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อร.อ.ธรรมนัส หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ หากมีผลกระทบก็ต้องยอมรับ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยสนับสนุนร.อ.ธรรมนัส เพียงแต่เคยกล่าวว่าเป็นบุคคลที่ทำงานร่วมกันได้ง่ายกว่าเท่านั้น
ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า ร.อ.ธรรมนัสสามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ได้ชี้ว่าร.อ.ธรรมนัสไม่มีความผิด เพียงแต่คดีเกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยเป็นคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย ไม่ใช่ศาลไทย จึงเห็นว่ายังเป็นประเด็นด้านคุณธรรมและจริยธรรมที่นายอนุทินต้องรับผิดชอบต่อการแต่งตั้งดังกล่าว
นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการรับรองแล้ว รวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่จำเป็นต้องยึดหลักว่าพรรคที่ได้เสียงมากที่สุดต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล พร้อมเสนอแนวคิดให้พรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตรวมตัวกัน และมองว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้ตนเองจะมีเสียงสนับสนุนเพียงเล็กน้อย
ส่วนกรณี กกต.แจ้งความประชาชนและสื่อมวลชนจากการตรวจสอบการเลือกตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า การประกาศรับรองผลรวดเร็วเกินไป ทั้งที่กฎหมายให้เวลา 60 วัน พร้อมตั้งคำถามว่าการดำเนินการต่าง ๆ เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายใดหรือไม่ และมองว่าการเปิดให้ตรวจสอบหรือนับคะแนนใหม่เพื่อความชัดเจนไม่ใช่เรื่องผิด
รวมทั้งเตรียมดำเนินคดีกับ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. หากรับรอง สส. บัญชีรายชื่อโดยไม่เคลียร์ปัญหา พร้อมเตรียมยื่นฟ้อง กกต. เพิ่มเติมในกรณีการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 กทม. ของพรรคประชาชนด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 69)





