
สายการบินชั้นนำได้พากันยกเลิกเที่ยวบินไปยังตะวันออกกลางรวมกันจำนวนหลายร้อยเที่ยว และบางสายการบินต้องเปลี่ยนเส้นทางกลางคัน เนื่องจากมีการปิดน่านฟ้าเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน โดยล่าสุดมีรายงานว่าบริการเที่ยวบินบางส่วนได้ถูกระงับไปจนถึงอย่างน้อยสัปดาห์หน้า
สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” ซึ่งถือเป็นการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่าวัตถุประสงค์หลักของการโจมตีคือการปกป้องชาวอเมริกันด้วยการกำจัดภัยคุกคามที่จวนตัวจากอิหร่าน ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมอิสราเอลที่ระบุว่าเป็นการปฏิบัติการเพื่อขจัดภัยคุกคามต่ออิสราเอล
ข้อมูลจาก Flightradar24 ระบุว่า น่านฟ้าของอิหร่าน อิรัก คูเวต บาห์เรน และกาตาร์ ได้ถูกสั่งปิด ขณะที่ข้อมูลจาก Cirium ซึ่งบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบิน ระบุว่า มีเที่ยวบินมากกว่า 1,800 เที่ยว ทั้งขาเข้าและขาออกจากประเทศในตะวันออกกลางถูกยกเลิกเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) และมีอีก 1,400 เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากภูมิภาคนี้ถูกยกเลิกในวันอาทิตย์ (1 มี.ค.)
สายการบินกาตาร์แอร์เวย์ (Qatar Airways) ได้ระงับเที่ยวบินทั้งหมดเป็นการชั่วคราว ขณะที่สายการบินเอมิเรตส์ (Emirates) ระบุว่าการให้บริการที่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบได้ถูกระงับ โดยเอมิเรตส์ระบุในแถลงการณ์ว่า ความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด
ด้านสายการบินแอร์อินเดีย (Air India) ได้ระงับเที่ยวบินทั้งหมดไปยังตะวันออกกลางในวันเสาร์ และต่อมาได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินระหว่างอินเดียกับทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่มีกำหนดการในวันอาทิตย์ ขณะที่สายการบินลุฟต์ฮันซา (Lufthansa Group) ได้ระงับเที่ยวบินไปยังอิสราเอล เลบานอน จอร์แดน อิรัก และอิหร่าน จนถึงวันที่ 7 มี.ค. นอกจากนี้ยังระบุว่าจะมีการเปลี่ยนเส้นทางบินบางส่วนเพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้าในบริเวณนั้น
ข้อมูลจาก Flightradar24 ระบุว่า เที่ยวบินของอเมริกันแอร์ไลน์ (American Airlines) ซึ่งเดินทางมาจากฟิลาเดลเฟียไปยังโดฮา ต้องบินวนกลับฟิลาเดลเฟียในวันเสาร์ ส่วนเที่ยวบินของเอมิเรตส์ที่มุ่งหน้าจากสหรัฐฯ ไปยังดูไบได้ถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินต่าง ๆ ในยุโรป
ส่วนยูไนเต็ดแอร์ไลน์ (United Airlines) ระบุว่า เที่ยวบินจากสหรัฐฯ ไปยังกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล ถูกยกเลิกจนถึงวันที่ 6 มี.ค. โดยเที่ยวบินเทลอาวีฟถือเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ทำกำไรได้มากที่สุดสำหรับยูไนเต็ดแอร์ไลน์
สถานการณ์เหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการปิดน่านฟ้าได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเที่ยวบินที่เดินทางผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยที่ผ่านมานั้น สายการบินต่าง ๆ มักถูกบังคับให้ยกเลิกเที่ยวบินและบินเลี่ยงพื้นที่บางส่วนของตะวันออกกลางเนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)





