ทรัมป์ส่งสัญญาณพร้อมเจรจาผู้นำใหม่อิหร่าน แม้ยังโจมตีต่อเนื่อง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ (ภาพ: thaigov.go.th)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ตนพร้อมเปิดการเจรจากับผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน ภายหลังการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน ซึ่งถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศโดยอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

“พวกเขาต้องการคุย และผมก็ตกลงที่จะคุย ดังนั้นผมจะคุยกับพวกเขา” ทรัมป์กล่าวให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับนิตยสาร The Atlantic เมื่อเช้าวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น “พวกเขาควรจะทำแบบนี้ตั้งนานแล้ว ควรจะยอมรับข้อเสนอที่ทำได้จริงและง่ายดายตั้งแต่อยู่ในระยะแรก แต่พวกเขารอนานเกินไป”

ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านหลายคนที่เคยร่วมเจรจาได้เสียชีวิตไปแล้ว “คนส่วนใหญ่เหล่านั้นไม่อยู่แล้ว คนที่เราเคยติดต่อด้วยบางคนเสียชีวิตไปแล้ว เพราะนั่นคือการโจมตีครั้งใหญ่” ผู้นำสหรัฐฯ กล่าว “พวกเขาควรจะตกลงตั้งนานแล้ว พวกเขาสามารถบรรลุข้อตกลงได้ แต่พวกเขามัวแต่เล่นแง่เกินไป”

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะหารือกับฝ่ายอิหร่านใน “ท้ายที่สุด” แต่สำหรับในขณะนี้ “ปฏิบัติการ Epic Fury ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่ลดละ”

การเสียชีวิตของคาเมเนอีนำมาซึ่งคำถามสำคัญว่าใครจะก้าวขึ้นมาสืบทอดอำนาจ เนื่องจากยังไม่มีตัวแทนที่ชัดเจน ประกอบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านอีกหลายสิบคนถูกสังหารในการโจมตีครั้งนี้ด้วย ส่งผลให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ทรัมป์และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นมาล้มล้างระบอบการปกครองเดิม แม้โอกาสที่การลุกฮือครั้งใหญ่จะประสบความสำเร็จนั้นยังคงห่างไกลจากความเป็นไปได้ก็ตาม

ด้าน ทอม คอตตอน ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองในวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน ให้สัมภาษณ์กับ CBS News ว่า “ผมไม่คิดว่าใครจะสามารถให้คำตอบได้ง่าย ๆ” เกี่ยวกับผู้ที่จะมาแทนที่คาเมเนอี ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2532

“ตอนนี้ภายในอิหร่านน่าจะมีการแย่งชิงอำนาจกันอย่างหนัก พวกเขามีกระบวนการพิจารณาที่ซับซ้อนในการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ มีเหตุผลที่คาเมเนอีไม่ต้องการให้มีแผนสืบทอดอำนาจที่ชัดเจน เพราะมันทำได้ยากในขณะที่สหรัฐฯ กำลังโจมตีเหล่าผู้นำของพวกเขาอยู่ทุกขณะ” สว. คอตตอนระบุ

เขายังกล่าวเสริมอีกว่า “ผมมั่นใจว่ามีผู้นำบางคนในอิหร่านที่อาจกำลังพยายามแสดงบทบาทเพื่อเสนอตัวเป็น ‘เดลซี โรดริเกซ’ ของอิหร่าน” โดยเป็นการเปรียบเปรยถึงรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ผู้ก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยการสนับสนุนของสหรัฐฯ หลังจากกองกำลังอเมริกันเข้าควบคุมตัว นิโคลัส มาดูโร เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ก่อนหน้าที่จะมีการเปิดฉากโจมตีเมื่อวันเสาร์ สหรัฐฯ และอิหร่าน ได้เข้าสู่กระบวนการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งมีโอมานเป็นตัวกลาง อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รวมถึงประธานาธิบดีทรัมป์ แสดงความไม่พอใจที่อิหร่านไม่ยอมโอนอ่อนตามข้อเรียกร้องให้ยุติโครงการนิวเคลียร์ ตลอดจนข้อตกลงเรื่องขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)