
พลโท เอยาล ซามีร์ เสนาธิการกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงในวันนี้ (2 มี.ค.) ว่า กองทัพได้เปิดปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พร้อมเตือนว่าปฏิบัติการครั้งนี้อาจกินเวลา “หลายวัน” ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงตามแนวชายแดนทางตอนเหนือของประเทศ
“เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบที่จะดำเนินไปอีกหลายวัน” พลโทซามีร์กล่าวระหว่างการประเมินสถานการณ์ ณ กองบัญชาการกองทัพอิสราเอลในกรุงเทลอาวีฟ
“สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เราต้องมีความพร้อมขั้นสูงสุดทั้งในเชิงรับและเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยต้องปฏิบัติการเป็นระลอกอย่างไม่ขาดสาย พร้อมกับฉกฉวยทุกโอกาสที่มีอยู่” เสนาธิการ IDF ระบุ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การประกาศกร้าวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน เข้าร่วมวงความขัดแย้งด้วยการระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอลเมื่อคืนที่ผ่านมา แม้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหาย แต่สถานีโทรทัศน์ของอิสราเอลรายงานว่า เหตุการณ์นี้เป็นการโจมตีครั้งแรกนับตั้งแต่มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนเมื่อเดือนพ.ย. 2567 ซึ่งส่งผลสืบเนื่องให้การสู้รบกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยุติลงตามไปด้วย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลได้เรียกระดมพลทหารกองหนุนจำนวนถึง 100,000 นาย เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่กองทัพอธิบายว่าเป็นความขัดแย้ง “หลายสมรภูมิ”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)





