
นายสมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ [SFLEX] กล่าวว่า สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง เกิดจากความร่วมทุนระหว่าง SFLEX และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป [TU] สัดส่วน 51 : 49 โดย SFLEX จะเข้าไปร่วมมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการ การวางระบบการผลิต การควบคุมคุณภาพ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ลดต้นทุน และสร้างมาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากล เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับ โรงงาน สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง สามารถผลิตบรรจุภัณฑ์รองรับสินค้าได้หลากหลาย ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์อาหารที่เก็บในอุณหภูมิห้อง แช่เย็น และแช่แข็ง ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภค สะท้อนความครอบคลุมของตลาดและโอกาสทางธุรกิจที่กว้างขึ้น ในด้านการผลิตได้มีนำเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อสร้างความมั่นใจและยกระดับการผลิตบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง อีกทั้งยังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดการสูญเสียในขั้นตอนผลิต และลดการใช้พลังงาน นอกจากนี้ยังรองรับการผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน (Sustainable Packaging) ตอบโจทย์แนวทางการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นายปิยะเทพ สีตะจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง จำกัด กล่าวว่า โรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จังหวัดสมุทรสาคร บนพื้นที่ 7 ไร่ เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2568 ความโดดเด่นของโรงงานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์ให้ครอบคลุมรองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการรับรองจาก GMP / HACCP / ISO 9001/ BRCGS packaging issue 7 / TU Social (Internal Audit) สะท้อนศักยภาพการดำเนินงานที่ได้มาตรฐานสากลควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการผลิตที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและคู่ค้าที่เป็นแบรนด์ชั้นนำในระดับสากล
ปัจจุบันโรงงานมีกำลังผลิตเริ่มต้นที่ 200 ล้านซองต่อปี และมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 800 ล้านซองต่อปี ภายใน 5 ปี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 3 ปีแรก จะเน้นบรรจุภัณฑ์กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บในอุณหภูมิห้อง อาหารแช่เย็น และอาหารแช่แข็ง พร้อมกันนี้ได้ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้ให้กับบริษัทร่วมทุน 400 ล้านบาท ใน 3 ปีแรก และ 1,000 ล้านบาทในปีที่ 5 ตามลำดับ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มี.ค. 69)




