อัตราว่างงานญี่ปุ่นเดือนม.ค. เพิ่มแตะ 2.7% หลังแรงงานลาออกหางานใหม่

กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า อัตราการว่างงานในเดือนมกราคมปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.7% จากระดับ 2.6% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบห้าเดือน เนื่องจากมีแรงงานจำนวนมากขึ้นตัดสินใจลาออกจากงานเดิมเพื่อหางานใหม่ที่ดีกว่า

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้มีงานทำลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 68.17 ล้านคน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบห้าเดือน ในขณะที่จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 3.2% มาอยู่ที่ 1.91 ล้านคน เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง

ในกลุ่มผู้ที่ไม่มีงานทำ พบว่ามีผู้ถูกเลิกจ้างจำนวน 450,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่คงที่จากเดือนธันวาคม ขณะที่มีผู้ที่ลาออกจากงานโดยสมัครใจจำนวน 820,000 คน ซึ่งโดยปกติเป็นการลาออกเพื่อแสวงหาเงื่อนไขการทำงานที่ดีกว่าเดิม โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 7.9% ส่วนผู้ที่เพิ่งเริ่มหางานใหม่มีจำนวนลดลง 3.6% มาอยู่ที่ 540,000 คน

เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ระบุว่า “แรงงานจำนวนมากขึ้นอาจตัดสินใจลาออกจากงานหลังจากได้รับโบนัสช่วงฤดูหนาว เพื่อมองหาตำแหน่งงานที่ให้เงินเดือนสูงกว่าเดิม”

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ข้อมูลอีกชุดหนึ่งจากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ เผยว่า อัตราส่วนตำแหน่งงานว่างต่อผู้หางานปรับตัวลดลง 0.02 จุดจากเดือนธันวาคม มาอยู่ที่ 1.18 ซึ่งหมายความว่ามีตำแหน่งงานว่าง 118 อัตราต่อผู้หางานทุกๆ 100 คน นับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบสามเดือน

เมื่อพิจารณาแยกตามอุตสาหกรรมพบว่า จำนวนตำแหน่งงานเปิดใหม่ในภาคบริการที่พักและอาหารดิ่งลง 13.8% ในขณะที่ภาคค้าส่งและค้าปลีกเปิดรับพนักงานใหม่ลดลง 11.6% ในเดือนมกราคมเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในทางตรงกันข้าม ตำแหน่งงานเปิดใหม่ในภาคการศึกษาเพิ่มขึ้น 4.3% ภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 0.8% และภาคการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ บริการวิชาชีพและทางเทคนิคเพิ่มขึ้น 0.3%

เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานฯ กล่าวว่า ราคาสินค้าและต้นทุนค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังเร่งให้เกิดความเคลื่อนไหวในการลดจำนวนพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งรวมถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มี.ค. 69)