ค่าขนส่งน้ำมัน-ก๊าซพุ่งพรวด หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ค่าระวางเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะค่าขนส่งเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากอิหร่านประกาศพุ่งเป้าโจมตีเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ขยายวงไปทั่วภูมิภาค

ข้อมูลจาก LSEG เผยให้เห็นว่า อัตราค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) สำหรับขนส่งน้ำมัน 2 ล้านบาร์เรลจากตะวันออกกลางไปยังจีน พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ W419 ตามดัชนี Worldscale หรือคิดเป็นเงินสูงถึง 423,736 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเมื่อวันศุกร์ และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากระดับสูงสุดในรอบหกปีเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านและสังหารอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับ จนนำไปสู่การสั่งปิดโรงงานผลิตน้ำมันและก๊าซทั่วภูมิภาคเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่อัตราค่าเช่าเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายวันพุ่งทะยานกว่า 40% ในวันจันทร์ หลังจากกาตาร์ประกาศระงับการผลิต โดย Spark Commodities ระบุว่าค่าระวางเรือในฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกเพิ่มขึ้น 43% ไปอยู่ที่ 61,500 ดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกเพิ่มขึ้น 45% เป็น 41,000 ดอลลาร์ต่อวัน

รอยเตอร์รายงานว่า จากข้อมูลการเดินเรือและแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมในวันนี้ พบว่า การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญระหว่างอิหร่านกับโอมาน และเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบเกือบ 1 ใน 5 ของปริมาณการบริโภคทั่วโลก รวมถึงก๊าซ LNG ปริมาณมหาศาล ตกอยู่ในสภาวะเกือบหยุดนิ่ง หลังจากเรือหลายลำในพื้นที่ถูกโจมตีเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ และอิสราเอลใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

ทั้งนี้ สื่ออิหร่านรายงานอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRG) เมื่อวันจันทร์ว่า ขณะนี้ช่องแคบฮอร์มุซถูกสั่งปิดแล้ว และอิหร่านจะระดมยิงเรือทุกลำที่พยายามแล่นผ่าน แม้กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ ออกมาโต้แย้งว่าช่องแคบดังกล่าวยังไม่ได้ถูกปิดตามที่อิหร่านกล่าวอ้างก็ตาม

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มี.ค. 69)