ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งกว่า 800 จุด ผวาเงินเฟ้อพุ่งหลังสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งลงกว่า 800 จุด ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนที่กำลังประเมินผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและการค้าโลก จากกรณีที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

ณ เวลา 18:45 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 803 จุด หรือ -1.64% สู่ระดับ 48,142 จุด

ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ 26.99 จุด

การที่รัฐบาลเตหะรานขู่โจมตีเรือทุกลำที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับการระงับการผลิตของบริษัทน้ำมันและก๊าซหลายแห่งในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลให้อัตราค่าระวางเรือทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น และดันราคาน้ำมันดิบรวมถึงก๊าซธรรมชาติให้ปรับตัวขึ้นตามไปด้วย โดยช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีการขนส่งน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของปริมาณการบริโภคทั่วโลก

หุ้นกลุ่มสายการบินและการท่องเที่ยวซึ่งอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันร่วงลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยหุ้น Delta และ Royal Caribbean ดิ่งลงราว 4%

ทางด้านจิม รีด และทีมนักกลยุทธ์จากดอยช์แบงก์ กล่าวว่า “สถานการณ์ต่อจากนี้จะขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันเป็นหลัก หากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมจะกระตุ้นให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ”

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นในวันก่อนหน้านี้ต่างร่วงลงถ้วนหน้า โดยหุ้น Nvidia ลบ 3.1% และ Microsoft ลบ 1.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มหน่วยความจำที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq ร่วงลงอย่างหนักหลังทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนก.พ. โดยหุ้น Sandisk ดิ่งลง 8.4% และ Western Digital ลบ 5.6%

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มน้ำมัน ก๊าซ และกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ปรับตัวสวนทางตลาด โดยหุ้น Occidental พุ่งขึ้น 3.7% และ Cheniere Energy ทะยาน 9.8% ขณะที่หุ้น Lockheed Martin บวก 1.4% และ AeroVironment เพิ่มขึ้น 2.7%

นักลงทุนวิตกกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นเงินเฟ้อในวงกว้าง และเพิ่มความยุ่งยากให้กับการตัดสินใจด้านนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ต้องรับมือกับราคาสินค้าที่พุ่งขึ้นจากกำแพงภาษีอยู่ก่อนแล้ว

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่ข้อมูลจาก LSEG บ่งชี้ว่า นักลงทุนได้เลื่อนการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ออกไปเป็นเดือนก.ย. จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ในเดือนก.ค.

สำหรับราคาสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิมอย่างโลหะมีค่าปรับตัวลงเนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นบริษัทเหมืองที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ร่วงลงตาม โดยหุ้น Sibanye Stillwater และ Gold Fields ดิ่งลง 12% และ 9% ตามลำดับ

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความกังวลในตลาดสินเชื่อภาคเอกชน (Private credit) และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาจเข้ามาดิสรัปต์ธุรกิจดั้งเดิม โดยหุ้น MongoDB ทรุดตัวลงถึง 27.4% หลังบริษัทคาดการณ์กำไรรายไตรมาสต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้

ตลาดจับตาสัญญาณใหม่จากเจ้าหน้าที่เฟด หลังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา โดยจอห์น วิลเลียมส์ (สมาชิกคณะกรรมการที่มีสิทธิ์โหวต), เจฟฟรีย์ ชมิด และนีล แคชแครี มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงยอดค้าปลีกเดือนม.ค., ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm payrolls) ที่ตลาดให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มี.ค. 69)