
บมจ.เฮลท์ลีด [HL] เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติแต่งตั้ง นายศุภกร พันธุกานนท์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพความเป็นผู้นำ ที่มีมุมมองความคิดเชิงกลยุทธ์ ความเชี่ยวชาญบริหารจัดการธุรกิจร้านยาและเภสัชกรรม พร้อมสร้างบทพิสูจน์จากประสบการณ์กว่า 15 ปี ท่ามกลางสภาวะแวดล้อม ทางธุรกิจที่ท้าทายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
HL ดำเนินธุรกิจโดยการลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) ได้แก่บริษัท ไอแคร์ เฮลท์ จำกัด (ไอแคร์ เฮลท์) จำหน่ายยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ ผ่านร้านขายยา 3 แบรนด์ ได้แก่ “iCare” “Pharmax” และ “Super Drug” และใน บริษัท เฮลทิเนส จำกัด (เฮลทิเนส) ซึ่งประกอบธุรกิจคิดค้น พัฒนาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และ นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “PRIME”, “Besuto” และ “Q” ชูจุดแข็งในการเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพ และเครือข่ายร้านขายยาทั้งในประเทศไทยและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ทั้งนี้ นายศุภกร พันธุกานนท์ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี เภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และปริญญาโท สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านหลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 172/2020 โครงการ Sustainable Development Journey 2024 หลักสูตรสำหรับกรรมการ : ESG in the boardroom ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ด้วยประสบการณ์การทำงานกว่า 15 ปี มีความเชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการธุรกิจร้านยาและเภสัชกรรม หล่อหลอมให้มีความรู้ความเข้าใจในบริบทการดำเนินธุรกิจของ HL อย่างลึกซึ้ง เริ่มจากการเติบโตมากับร้านยาตั้งแต่เด็ก ได้เห็นมารดาขายยาจนโต จึงซึมซับปณิธานจากมารดาที่ต้องการให้ร้านยา “เป็นที่พึ่งของชุมชน” จึงตัดสินใจเลือกเรียนสาขาเภสัชศาสตร์ และเริ่มเข้าไปช่วยรับผิดชอบ เรื่องระบบบัญชี บริหารคน และพนักงาน และมุ่งมั่นทำงานเพื่อจะสานฝันให้ปณิธานของมารดาเป็นจริง จนในปี 2554 ได้รับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไอแคร์ เฮลท์ จำกัด และปี 2561 ได้เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ HL ที่มุ่งดูแลงานปฏิบัติการทั้งหมด ไม่ว่าจะหน้าร้าน จัดซื้อ หรือคลังสินค้า ซึ่งนับว่าเป็นกำลังสำคัญในการนำองค์กรสู่ธุรกิจร้านขายยาชั้นนำในปัจจุบัน
นายศุภกร เปิดเผยว่า ในฐานะซีอีโอของ HL พร้อมสานต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการขับเคลื่อนภารกิจเดิมให้ดำเนินต่ออย่าง ราบรื่น ควบคู่การพัฒนาสิ่งใหม่ ตั้งใจที่จะดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ตามแผนธุรกิจปี 69 ที่กลุ่มบริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% ผลจากยอดขายเต็มปีของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวในปี 68 พร้อมเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอีก 14 แห่ง
รวมทั้งจะพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ทั้งในกลุ่มอาหารเสริมที่มีการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม (Bioavailability Enhancer), ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และสมุนไพรลดการสะสมเชื้อไวรัส อย่าง สเปรย์พ่นปาก-จมูก MOUTH SPRAY & NASAL SPRAY “แบรนด์ Q” ซึ่งได้รับรางวัลในเวทีระดับนานาชาติ รวมถึงการนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์เพิ่มเติม รวมถึงยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้า ด้วยสินค้ากว่า 10,000 รายการ ครอบคลุมทั้งยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง อาหารเสริม อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รองรับดีมานด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มี.ค. 69)





