AIM GROUP กางแผน “Growth for Good” เตรียมทุ่มพันล้านสอย 3 สินทรัพย์ใหม่ปั๊มพอร์ตแกร่งรับปี 69

นายจรัสฤทธิ์ อรรถเวทยวรวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ็ม กรุ๊ป (AIM GROUP) กล่าวว่า หลังจากปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้โดดเด่นและทันสมัยยิ่งขึ้น รวมถึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทรัสต์และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สู่การขยายธุรกิจด้านที่ปรึกษาทางการเงินในปีที่ผ่านมา

แผนงานในปี 69 จะมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้แนวคิด “Growth for Good” โดยธุรกิจหลักทั้ง 2 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจบริหารจัดการกองทรัสต์อิสระ โดยกองทรัสต์ AIMIRT ซึ่งเป็นกองทรัสต์ชั้นนำในกลุ่มอุตสาหกรรมและเป็น Flagship ของเอไอเอ็ม กรุ๊ป โดยในปี 69 กองทรัสต์ AIMIRT เตรียมเข้าลงทุนเพิ่มเติมในคลังห้องเย็น (ส่วนต่อขยาย) ของโครงการแปซิฟิค ห้องเย็น และอยู่ระหว่างศึกษาโอกาสขยายการลงทุนในทรัพย์สินใหม่ที่มีคุณภาพ มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตให้สามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงในระยะยาว ควบคู่การบริหารความเสี่ยงและโครงสร้างเงินทุนอย่างมีวินัย และธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างทุนและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยมีดีลอย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพและความเชื่อมั่นจากลูกค้า

นายธนาเดช โอภาสยานนท์ กรรมการผู้จัดการ เอไอเอ็ม กรุ๊ป กล่าวว่า กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม อินดัสเทรียล โกรท [AIMIRT] มีเป้าหมายขยายมูลค่าทรัพย์สินอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผ่านการเติบโตแบบมีวินัยและการคัดเลือกทรัพย์สินอย่างเข้มงวดเพื่อส่งมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในระยะยาว ปัจจุบันกองทรัสต์ AIMIRT มีทรัพย์สิน รวมกว่า 1.46 หมื่นล้านบาท โดยกว่า 70% เป็นทรัพย์สินประเภทกรรมสิทธิ์ (Freehold)

ในปี 68 AIMIRT ได้ลงทุนเพิ่มเติม 3 โครงการ มูลค่ารวม 1.43 หมื่นล้านบาท ได้แก่ โครงการพรีซิชั่นวาล์ว โครงการปิ่นทองครั้งที่ 3 และโครงการแอลฟา บางนา กม.22 ซึ่งช่วยเสริมคุณภาพพอร์ตการลงทุน กระจายฐานผู้เช่า และเพิ่มเสถียรภาพของรายได้และผลตอบแทนจากการลงทุน แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนมีความผันผวนจากผลกระทบมาตรการภาษีการค้าของสหรัฐอเมริกาและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้ายังคงอยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง

“ตั้งแต่เดือนก.ย. 68 ถึงปัจจุบัน ภาพรวมการเช่าพื้นที่มีแนวโน้มคึกคักมากขึ้น ทั้งนี้ กองทรัสต์ AIMIRT ซึ่งเป็นกองทรัสต์อิสระที่มีมูลค่าทรัพย์สินใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยังคงมีอัตราการเช่าพื้นที่มากกว่า 90% สะท้อนถึงคุณภาพของทรัพย์สินและศักยภาพของทำเลในพอร์ตการลงทุน” นายธนาเดช กล่าว

นอกจากนี้ AIMIRT มีแผนซื้อสินทรัพย์เข้ามาบริหารเพิ่มในปีนี้อีก 3 ดีล ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา โดยยังคงเป็นกลุ่มพื้นที่เช่าเชิงอุตสาหกรรม เช่น คลังสินค้าให้เช่า ห้องเย็น เป็นต้น มูลค่ารวมหลักพันล้านบาท คาดว่าจะได้ความชัดเจนในช่วงเดือนพ.ค.นี้ ส่วนแหล่งเงินทุนที่ใช้ในการซื้อสินทรัพย์เข้ามาบริหารยังอยู่ระหว่างการรอความชัดเจนของดีลก่อน

ด้านผลการดำเนินงานปี 68 ของกองทรัสต์ AIMIRT เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 1.09 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า จากการรับรู้รายได้เต็มปีของทรัพย์สินที่ลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา กองทรัสต์สามารถจ่ายผลตอบแทนรวม0.83 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราผลตอบแทนราว 8%

นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กองทรัสต์ AIMIRT สามารถจ่ายผลตอบแทนมากกว่า 0.80 บาท/หน่วย ได้อย่างสม่ำเสมอในทุกปี โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้กองทรัสต์รักษาระดับผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงอย่างต่อเนื่อง คือการบริหารจัดการด้วยผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ ซึ่งทำให้สามารถคัดเลือกทรัพย์สินที่มีศักยภาพได้อย่างโปร่งใส พร้อมบริหารจัดการกองทรัสต์อย่างเข้มงวด โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทรัสต์และผู้ถือหน่วยเป็นสำคัญ ส่งผลให้พอร์ตการลงทุนมีความแข็งแกร่งจากการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และสามารถสร้างรายได้ที่เติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพการบริหารงานมืออาชีพที่มุ่งสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่นักลงทุนในระยะยาว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 มี.ค. 69)