
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาแถลงในวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ และรัฐบาลเฉพาะกาลของเวเนซุเอลาเห็นพ้องที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตและกงสุลระหว่างกัน
กระทรวงฯ ระบุว่า การฟื้นฟูความสัมพันธ์ครั้งนี้จะช่วยผลักดันความพยายามร่วมกันในการส่งเสริมเสถียรภาพ สนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และสร้างความปรองดองทางการเมืองในเวเนซุเอลา
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สหรัฐฯ และเวเนซุเอลาตัดความสัมพันธ์กันในปี 2562 ช่วงที่โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก และความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี
การฟื้นฟูความสัมพันธ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลาเมื่อเดือนม.ค. นำไปสู่การโค่นล้มนิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลาซึ่งถูกสหรัฐฯ กล่าวหาว่าร่วมมือกับแก๊งค้ายาลักลอบขนส่งโคเคนจำนวนมหาศาลเข้าสู่สหรัฐฯ โดยหลังการโค่นล้มมาดูโร รัฐบาลทรัมป์ได้เข้าควบคุมการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา และพยายามเข้าถึงทรัพยากรแร่ของเวเนซุเอลา
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า “การมีส่วนร่วมของเรามุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือประชาชนชาวเวเนซุเอลาให้ก้าวไปข้างหน้าผ่านกระบวนการทีละขั้นตอน ซึ่งจะสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 69)





