
หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา กระแสในโลกโซเชียลได้มีการเผยแพร่ข้อมูลในประเด็น “สหรัฐฯ สามารถตั้งฐานทัพในไทยได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาต เพราะมีการเซ็นสัญญาอินโด-แปซิฟิกไปแล้ว” ซึ่งการนำเสนอข้อมูลดังกล่าวมาจากเพจครีเอเตอร์ดิจิทัลในเฟซบุ๊กที่มียอดผู้ติดตามกว่า 4.3 แสนคน และ 1.1 แสนคนตามลำดับ
กระแสในโลกโซเชียล พบว่าประชาชนได้แสดงความคิดเห็นที่หลากหลายทั้งในแง่ของความเข้าใจผิดและตื่นตระหนกในสังคม อาทิ “ไล่กลับไปให้หมด”, “ได้ข่าวว่าสหรัฐฯ จะตั้งฐานทัพในพังงา”, “อนุทินใช่ไหมที่จับมือกับทรัมป์ครั้งก่อน”, “ทักษิณ ฮ่า ๆๆๆๆ” หรือ “ลุกต้านทั้งประเทศไม่งั้นเมืองไทยไม่เหลือแน่” เป็นต้น
ขณะเดียวกัน มีคอมเมนต์บางส่วนที่ยังไม่เชื่อ และถามถึงแหล่งที่มาของข้อมูล อาทิ “จริงหรือเท็จ ทุกวันนี้ต้องฟังหูไว้หู”, “มั่วไหมข่าว”, “ลงข่าวอะไรข้อมูลต้องชัดเจน อย่าเอาแต่ยอด” หรือ “ระวังข่าวพวกนี้สร้างความปั่นป่วน” เป็นต้น
“อินโฟเควสท์” ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกระทรวงการต่างประเทศ พบว่า นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 69 ว่า จากที่มีการเผยแพร่ข่าวปลอมกรณีที่ประเทศไทยได้ลงนามในสนธิสัญญาในกรอบความร่วมมืออินโด-แปซิฟิก ซึ่งมีเงื่อนไขอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ไทยเป็นฐานทัพได้นั้น
กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่าข่าวดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง และขัดกับนโยบายของไทยอย่างชัดเจน” โดยไทยมีนโยบายชัดเจนว่า ต้องการให้สถานการณ์ความขัดแย้งต่าง ๆ คลี่คลายโดยเร็ว เนื่องจากเป็นห่วงต่อความปลอดภัยของประชาชน
โดยการชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าว ยังได้มีการเผยแพร่เป็นเอกสารการแถลงข่าวบนเว็บไซต์ของกระทรวงต่างประเทศ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ได้นำเสนอข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วยเช่นกัน อาทิ เว็บไซต์ของกรมประชาสัมพันธ์ หรือเพจเฟซบุ๊กของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เป็นต้น
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ยังระบุถึงกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ จะขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร โดยยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ ซึ่งการพบปะกับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นการหารือเรื่องความสัมพันธ์ และอัพเดทสถานการณ์การเจรจาการค้า ซึ่งขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างเจรจาเรื่องปัญหาภาษี
“ความร่วมมือในการใช้สนามบินของเรา เป็นความร่วมมือปกติอยู่แล้วในการบินผ่าน เติมเชื้อเพลิง เป็นความร่วมมือปกติด้านความมั่นคง ซึ่งเราทำกับหลายประเทศ แต่การจะร่วมมือเพื่อใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีประเทศที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่อยู่ในนโยบายของเรา และที่สำคัญทางเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ไม่ได้มาคุยกับนายกฯ ในเรื่องนี้” นายสีหศักดิ์ ระบุ
ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันกับ “อินโฟเควสท์” ว่า ปัจจุบัน ไม่มีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศไทยแล้ว และไม่มีการลงนามทำสัญญาสร้างฐานทัพสหรัฐฯ ใด ๆ ในไทยอีก เป็นเพียงข่าวลือในโลกโซเชียลเท่านั้น
สำหรับข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ ในช่วงสงครามเวียดนาม ทางสหรัฐฯ เคยตั้งฐานทัพในไทยทั้งหมด 7 แห่ง แต่ได้ปิดตัวไปหมดแล้ว ได้แก่
1. ฐานทัพอากาศดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
2. ฐานทัพอากาศโคราช จ.นครราชสีมา
3. ฐานทัพเรือนครพนม จ.นครพนม
4. ฐานทัพอากาศตาคลี จ.นครสวรรค์
5. สนามบินทหารเรืออู่ตะเภา จ.ระยอง
6. ฐานทัพอากาศอุบล จ.อุบลราชธานี
7. ฐานทัพอากาศอุดร จ.อุดรธานี
นอกจากนี้ ยังมีฐานทัพอากาศน้ำพอง จ.ขอนแก่น ที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้ถูกใช้งาน
ทั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งของสงครามในตะวันออกกลาง ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารที่น่าเชื่อถือ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ อาทิ เว็บไซต์หรือเพจเฟซบุ๊กของกระทรวงการต่างประเทศ, กรมประชาสัมพันธ์, สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย หรือไทยคู่ฟ้า เป็นต้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 69)





