IMF พร้อมช่วยเหลือประเทศถูกกระทบจากราคาน้ำมันพุ่ง หลังสงครามตะวันออกกลางเดือด

คริสตาลินา จอร์เจียวา (ภาพ:Thaigov)

คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวในวันนี้ (6 มี.ค.) ว่า IMF พร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ที่เผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับดุลการชำระเงิน ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

กอร์เกียวาคาดการณ์ว่า ความต้องการขอรับความช่วยเหลือในโครงการต่าง ๆ ของ IMF จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความช่วยเหลือจากต่างประเทศกำลังอ่อนแอลง โดยขณะนี้มีประมาณ 50 ประเทศที่พึ่งพาความช่วยเหลือจาก IMF แล้ว เพื่อรองรับความต้องการด้านดุลการชำระเงิน

ผู้นำ IMF เปิดเผยว่า ประเทศสมาชิกบางส่วนมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับดุลการชำระเงิน และได้เริ่มหารือกับ IMF แล้ว ซึ่งทาง IMF ก็พร้อมที่จะดำเนินการ โดยตระหนักว่า ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญกับความไม่แน่นอนนั้น IMF จะต้องเป็นหลักยึดด้านเสถียรภาพ

กอร์เกียวาได้แสดงความกังวลต่อประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกบางแห่งซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุดต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันทั่วโลก พร้อมกับกล่าวว่าประเทศที่มีรายได้น้อยและประเทศที่มีระดับหนี้สูงก็อาจตกอยู่ภายใต้แรงกดดันเช่นกัน

ทั้งนี้ กอร์เกียวาประเมินว่า หากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น 10% และต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งปี จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น 0.40% และทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงถึง 0.2%

กอร์เกียวาแนะนำว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาน้ำมัน ทั้งในส่วนของราคาผู้บริโภคที่อาจกระตุ้นเงินเฟ้อ และในส่วนของค่าเงินที่อ่อนค่าลงซึ่งอาจทำให้การชำระหนี้ต่างประเทศมีต้นทุนสูงขึ้น นอกจากนี้ เธอยังเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เพิ่มขีดความสามารถทางการคลัง เสริมสร้างสถาบันต่าง ๆ ให้แข็งแกร่ง และกระจายแหล่งอุปทานพลังงานให้มีความหลากหลาย

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต และทำให้อิหร่านออกมาตอบโต้อย่างรุนแรง พร้อมกับเตือนว่า เรือรบและเรือพาณิชย์ของสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศในยุโรป รวมทั้งกลุ่มผู้สนับสนุน จะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือเหล่านี้จะถูกโจมตี

ภาวะชะงักงันด้านการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและบั่นทอนการเติบโตของเศรษฐกิจ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 69)