
ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) เตือนว่า หากราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจบีบให้ธนาคารกลางต้องกลับมาดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น เนื่องจากมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะทะลุกรอบเป้าหมาย
อีไล เรโมโลนา ผู้ว่าการ BSP กล่าวในวันนี้ (6 มี.ค.) ว่า ราคาน้ำมันที่ขยับขึ้น 10% นับตั้งแต่ความตึงเครียดตะวันออกกลางปะทุ ยังถือว่าอยู่ในระดับที่รับมือได้ แต่หากราคาพุ่งถึง 50% BSP อาจจำเป็นต้องเข้าดำเนินมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น
เรโมโลนาระบุว่า หากราคาน้ำมันแตะระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล มีโอกาสที่อัตราเงินเฟ้อจะทะลุกรอบความทนทาน (tolerance range) ของ BSP ที่กำหนดไว้ที่ประมาณ 4% เนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นมักส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ เรโมโลนายังกล่าวด้วยว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ขยายตัวเพียง 3% ในไตรมาส 4/2568 ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพของประเทศที่ประเมินไว้ราว 5.5%–6% โดยชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังเผชิญ “วงจรลบ” ซึ่งความเชื่อมั่นที่อ่อนแอฉุดการเติบโต ขณะที่การเติบโตที่ระดับต่ำก็ยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อไป
อย่างไรก็ดี เรโมโลนาระบุเสริมว่า ทางการหวังว่าจะไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายเข้มงวดมากขึ้นเพื่อรับมือเงินเฟ้อ หากความเสี่ยงต่าง ๆ ไม่เกิดขึ้นจริง ธนาคารกลางก็มีแนวโน้มจะคงจุดยืนด้านนโยบายการเงินในปัจจุบันต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ว่าการ BSP ย้ำว่า ระบบธนาคารของฟิลิปปินส์ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยมีสภาพคล่องและเงินกองทุนในระดับสูงเพียงพอรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 มี.ค. 69)





