“ทรัมป์” เผยสงครามอิหร่านใกล้ยุติ คาดการณ์ราคาน้ำมันจะลดลง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ (ภาพ: thaigov.go.th)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่สโมสร ทรัมป์ เนชันแนล โดรัล (Trump National Doral) ใกล้ไมอามี โดยเขากล่าวว่า การทำสงครามกับอิหร่านจะยุติลง “ในเร็ว ๆ นี้” และยังกล่าวด้วยว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลง

“เรามีความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายทางทหาร” ทรัมป์กล่าวกับสื่อมวลชนในวันจันทร์ (9 มี.ค.) ซึ่งเป็นวันที่ 9 หลังจากเปิดฉากสงครามกับอิหร่านร่วมกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

ปธน.ทรัมป์ได้ให้คำอธิบายที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสงคราม โดยในการแถลงข่าวครั้งนี้ เขาไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการขั้นสุดท้าย แต่กลับย้ำถึงความสำเร็จทางทหารแทน

“เราได้กวาดล้างกองกำลังทุกหน่วยในอิหร่านออกไปจนหมดสิ้น อย่างสมบูรณ์มาก” ปธน.ทรัมป์กล่าว โดยเขาอ้างถึงการทำลายเรือรบของอิหร่านมากกว่า 50 ลำ รวมถึงการทำลายล้างกองทัพอากาศและระบบป้องกันภัยทางอากาศ

“พวกเขาไม่มีผู้นำ ทุกอย่างถูกระเบิดไปหมดแล้ว”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสงครามจะยุติลงภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ไม่ .. แต่ก็จะจบลงในเร็ว ๆ นี้” ขณะเดียวกันเขาขู่ว่าจะดำเนินการทางทหารเพิ่มเติมหากเห็นว่าจำเป็น และกล่าวว่าสหรัฐฯ ยังไม่ได้โจมตีเป้าหมายที่อ่อนไหวที่สุดของอิหร่านบางแห่ง ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า

เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ เจ้าหน้าที่อิหร่านรายหนึ่งระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันทุกลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบ มีความเสี่ยงที่จะถูกอิหร่านโจมตี โดย แมตต์ สมิธ นักวิเคราะห์ด้านน้ำมันจากบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Kpler กล่าวว่า มีเรือพาณิชย์เพียงไม่กี่ลำเท่านั้นที่แล่นผ่านช่องแคบดังกล่าว

แม้จะมีคำขู่ดังกล่าวจากอิหร่าน แต่ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า อุปทานน้ำมันของโลกจะมีความมั่นคงมากขึ้นในระยะยาว และขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านให้หนักยิ่งขึ้นหากอิหร่านสกัดกั้นการส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลก โดยแม้ว่าน้ำมันส่วนใหญ่ที่เคลื่อนผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่เอเชีย แต่สหรัฐฯ ก็ต้องพึ่งพาอุปทานน้ำมันทั่วโลกที่เน้นการนำเข้าจากเอเชียเป็นหลัก

“สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักจนไม่สามารถฟื้นตัวได้อีก รวมถึงประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือ” ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า สงครามจะยุติลงเมื่ออิหร่านไม่มีความสามารถในการใช้อาวุธต่อต้านสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตรอื่นๆ ไปอีกนาน

นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวว่าเขาผิดหวังที่อิหร่านลงมติเลือก โมจตาบา คาเมเนอี ให้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านต่อจากอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้เป็นบิดา แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องนี้ ทรัมป์ปฏิเสธที่จะตอบว่าเขาจะพยายามลอบสังหารโมจตาบาหรือไม่

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)