น้ำมัน WTI ร่วงกว่า 10% หลังทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น หากปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงกว่า 10% ในช่วงเช้าวันนี้ (10 มี.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า รัฐบาลอิหร่านจะถูกโจมตี “หนักกว่าเดิมยี่สิบเท่า” หากพยายามระงับการไหลเวียนของน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกันปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าการทำสงครามกับอิหร่านใกล้จะสิ้นสุดลง

ณ เวลา 09.10 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 10.11 ดอลลาร์ หรือ 10.67% แตะที่ 84.66 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมันดิ่งลง หลังจากปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันจันทร์ (9 มี.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ ว่า “หากอิหร่านทำสิ่งใดก็ตามที่ขัดขวางการไหลเวียนของน้ำมันภายในช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาจะถูกสหรัฐอเมริกาโจมตีหนักกว่าเดิมยี่สิบเท่า เมื่อเทียบกับที่พวกเขาเคยโดนโจมตีมาจนถึงตอนนี้”

“นี่คือของขวัญจากสหรัฐอเมริกาที่มอบให้แก่จีน และประเทศอื่น ๆ ทั้งหมดที่พึ่งพาการใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นอย่างมาก ผมหวังว่าท่าทีเช่นนี้จะได้รับการชื่นชมอย่างมาก” ทรัมป์ระบุ

ช่องแคบฮอร์มุซตั้งอยู่ระหว่างโอมานและอิหร่าน เป็นเส้นทางขนส่งที่สำคัญสำหรับตลาดพลังงานโลก ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า มีน้ำมันประมาณ 13 ล้านบาร์เรลขนส่งผ่านเส้นทางน้ำแห่งนี้ในปี 2568 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 31% ของการขนส่งน้ำมันทางเรือทั่วโลก

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ได้กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวในวันจันทร์ว่า การทำสงครามกับอิหร่านจะยุติลง “ในเร็ว ๆ นี้” พร้อมกับคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลง โดยความเคลื่อนไหวของปธน.ทรัมป์ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานพลังงานขาดแคลนและการหยุดชะงักของการไหลเวียนน้ำมัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)