
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น [TRUE] เปิดเผยว่า บริษัทขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 3 ปีภายใต้แผน “4 Big Moves”เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต โดยการเปลี่ยนผ่านครั้งใหม่ในฐานะองค์กร AI-First ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยการนำ AI มาผสานเครือข่าย บริการ และแพลตฟอร์มดิจิทัลของทรูเต็มรูปแบบ
“การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ จะช่วยให้ TRUE สามารถเติบโตทั้งกำไรและรายได้ โดย profit growth ที่จะมาจากต้นทุนที่ลดลงจากการใช้ AI ขณะที่ Revenue growth ที่คาดว่าลูกค้าบุคคลจะใช้งานมากขึ้น และเจาะลูกค้ากลุ่ม SME และ Corporate มากขึ้นจะทำให้รายได้เพิ่มขึ้น”นายซิกเว่ กล้าว
นายซิกเว่ กล่าววา การแข่งขันธุรกิจโทรคมนาคมเปลี่ยนไปจากเดิมที่เน้นจำนวนผู้ใช้บริการเป็นหลัก แต่ปัจจุบันเปลี่ยนผ่านไปสู่การทำให้บริการตรงใจลูกค้ามากขึ้น โดยใช้ AI มาช่วยเพิ่มจุดแข็งทั้งช่องทางขายและคอนเทนต์ ดังนั้น ไม่ใช่มีเพียง บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส [ADVANC] หรือเอไอเอสที่เป็นคู่แข่ง แต่ทรู กำลังแข่งขันกับแพลตฟอร์มใหญ่ระดับโลก อาทิ Netflix , LINE, Google ที่สามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าได้หลากหลาย
ส่วนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TRUE จะไม่ส่งผลกระทบต่อทิศทางการดำเนินงาน และกลยุทธ์ที่วางไว้ โดยบทบาทใหม่ของกลุ่มเทเลนอร์จะยังคงมุ่งเน้นการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกมาผสานกับความแข็งแกร่งในตลาดท้องถิ่นของกลุ่มซีพี เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงาน และสนับสนุนเป้าหมายในการยกระดับองค์กรสู่ Tech Company ภายในปี 71
นายซิกเว่ เห็นว่า Virtual Bank ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้าง Synergy ระหว่างพันธมิตรในเครือ โดยบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูล Big Data และ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และพัฒนาบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งความร่วมมือของธุรกิจในเครือซีพี เช่น CPALL ผู้บริหารร้าน 7-11 และ แม็คโคร รวมถึงประสบการณ์ด้านดิจิทัลจาก เทเลนอร์จะช่วยเสริมศักยภาพให้ Virtual Bank ของกลุ่มสามารถสร้างความแตกต่างจากธนาคารแบบดั้งเดิม พร้อมเชื่อมโยงบริการทางการเงินเข้ากับ Ecosystem ของ TRUE เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ไร้รอยต่อให้กับผู้บริโภค
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)





