
นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บมจ.ออโรร่า ดีไซน์ [AURA] กล่าวว่า บริษัทคาดหวังแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 69 ในส่วนของกำไรสุทธิจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% โดยที่ปัจจัยหนุนธุรกิจของ AURA ยังคงมาจากปริมาณการซื้อขายทองคำที่ยังมีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าราคาทองคำจะมีความผันผวน แต่ยังคงเห็นความต้องการซื้อและขายทองคำมีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากในช่วง 2 เดือนแรกของปี 69 (ม.ค.-ก.พ.) ในช่วงเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ ลูกค้าเข้ามาซื้อทองในร้านสาขาเป็นจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าในการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในปีนี้รวม 200 สาขา ทำให้สิ้นปีจะมีสาขาของ AURA รวม 829 สาขา จากสิ้นปี 68 ที่ 629 สาขา ส่วนใหญ่เป็นการขยายสาขา “ทองมา เงินไป” ซึ่งเป็นธุรกิจขายฝากทองคำที่เติบโตสูงในปีที่ผ่านมา โดยมีพอร์ตลูกหนี้ฝากขาย (A/R Balance) ทะลุเป้าหมาย 7.5 พันล้านบาท มาที่ 8.2 พันล้านบาท ทำให้บริษัทเห็นโอกาสเดินหน้าขยายสาขามากขึ้นในปี 69 ราว 100 สาขา และตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตลูกหนี้ฝากขายในปีนี้ไปที่ 1.2 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจขาย-รับซื้อทองคำ จากที่การซื้อขายทองคำยังคงมีความคึกคักต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมองว่าในปี 69 จะมีการเติมสต็อกทองคำอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้สาขาของ AURA แต่ละสาขาสามารถเพิ่มโอกาสขายทองคำได้มากขึ้น รวมถึงบริหารจัดการทองคำในสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรได้เป็นอย่างดี
นายอนิพัทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาราคาทองคำจะมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก แต่โมเดลธุรกิจของ AURA สามารถสร้างรายได้ทั้งในจังหวะราคาทองขาขึ้นผ่านฝั่งรับซื้อคืนและขายฝาก อีกทั้งในจังหวะราคาปรับฐานก็สามารถช่วยกระตุ้นยอดขายออก และรอบหมุนของทองคำได้ แต่ในปัจจุบันราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ทำให้รอบหมุนของทองคำอาจจะลดลงมาจาก 5 รอบ เป็น 3 รอบ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)





