
เมื่อเวลา 15.13 น. JMART พุ่ง 12.03% เพิ่มขึ้น 0.80 บาท มาที่ 7.45 บาท มูลค่าการซื้อขาย 167.07 ล้านบาท
ADVICE บวก 3.60% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท มาที่ 5.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 7.40 ล้านบาท
SYNEX บวก 2.16% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท มาที่ 9.45 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5.16 ล้านบาท
นักวิเคราะห์จาก บล.บัวหลวง ระบุว่า ราคาหุ้นกลุ่มสินค้า IT ได้รับ Sentiment บวกจากการที่ภาครัฐขอความร่วมมือมาตรการ Work From Home ทำให้ดีมานด์การใช้อุปกรณ์ไอทีเพิ่มขึ้น โดยในช่วง Covid-19 ยอดขายเคยเติบโตกันในระดับเลข 2 หลัก อย่างไรก็ตาม ช่วง Covid-19 เป็นการล็อกดาวน์ แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังเป็นเพียงการขอความร่วมมือ ยอดขายจึงอาจไม่ได้เติบโตมากเหมือนในอดีต
อีกส่วนหนึ่งเชื่อว่าการปรับขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มสินค้าไอทีมาจากก่อนหน้านี้ราคาหุ้นลงมากเกินไป ทั้งที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางโดยตรง อีกทั้งสินค้าไอทีในปัจจุบันถูกมองเป็นสินค้าจำเป็นที่มีรอบการเปลี่ยนและจำเป็นต้องเปลี่ยน ประกอบกับ ภาวะชิปขาดแคลนอาจทำให้เกิดความกังวลสินค้าจะปรับขึ้นราคา หนุนการเร่งปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เร็วกว่ากำหนด ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมายอดขายของกลุ่มสินค้าไอทียังเติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม
แม้การเติบโตเศรษฐกิจอาจยังไม่เอื้อ แต่กลุ่มค้าปลีก IT ยังมีการเติบโตจากระบบ Ecosystem จากการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้นกว่าในอดีต ช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยมหภาค
อย่างไรก็ตามในกรณีของ JMART น่าจะเป็นเพียงการตอบรับ sentiment เชิงบวก เพราะรายได้จากอุปกรณ์ไอทีคิดเป็นสัดส่วนไม่มาก แต่สัดส่วนรายได้หลักน่าจะมาจากธุรกิจของ บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส [JMT] มากกว่า ซึ่งวันนี้หุ้น JMT ก้ปรับขึ้นมาด้วยเช่นกัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)





