“ซาอุดี อารัมโก” เตือนตลาดน้ำมันโลกส่อเค้าหายนะ หากช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดตาย

ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) บริษัทผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ออกโรงเตือนในวันนี้ (10 มี.ค.) ว่า ตลาดน้ำมันโลกอาจต้องเผชิญกับ “ผลกระทบที่เลวร้ายระดับหายนะ” หากสงครามอิหร่านยังคงยืดเยื้อและสร้างความชะงักงันต่อการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมย้ำว่าการฟื้นฟูการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซให้กลับคืนสู่ภาวะปกติถือเป็นวาระเร่งด่วนที่สำคัญอย่างยิ่ง

อามีน นัสเซอร์ ซีอีโอของอารัมโก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการว่า ภาวะชะงักงันดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความปั่นป่วนให้กับภาคการขนส่งและธุรกิจประกันภัยเท่านั้น แต่ยังจะส่งผลกระทบแบบโดมิโนอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น การบิน การเกษตร และยานยนต์อีกด้วย โดยปัจจุบันปริมาณน้ำมันคงคลังทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี และวิกฤตการณ์ครั้งนี้จะส่งผลให้มีการดึงน้ำมันในสต๊อกออกมาใช้ในอัตราที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นัสเซอร์ยังระบุถึงเหตุเพลิงไหม้จากเหตุการณ์โจมตีโรงกลั่นน้ำมันราสทานูรา (Ras Tanura) ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่สามารถดับเพลิงและควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้โรงกลั่นกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศกร้าวในวันนี้ว่า จะไม่ยอมให้น้ำมันแม้แต่ลิตรเดียวถูกส่งออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง หากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง คำขู่ดังกล่าวส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า สหรัฐฯ จะตอบโต้อิหร่านอย่างหนักหน่วงยิ่งขึ้น หากอิหร่านขัดขวางการส่งออกพลังงานจากภูมิภาคที่สำคัญแห่งนี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 69)