บลจ.วรรณ ชี้ช่องลงทุนทางเลือกกับกอง Legal Assets ใหัทุนสู้คดีรอชนะรับส่วนแบ่งยีลด์แรง 25%

บลจ.วรรณ ระบุว่าตลาดโลกผันผวนและยังเผชิญความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น แนะกลยุทธ์สร้างสมดุลให้พอร์ตข้ามผ่านความผันผวน ด้วยกองทุนทางเลือก ONE-LITIGATE1-UI เน้นลงทุนในกองทุน SYZ Corinthians Uncorrelated Fund 1 มีนโยบายลงทุนด้วยการให้ทุนสนับสนุนด้านคดีความ โดยรับส่วนแบ่งชดเชยเมื่อชนะคดี และปล่อยกู้เพื่อรับอัตราดอกเบี้ยตามที่ตกลงในตลาดต่างประเทศ พร้อมคง Concept กองทุนสินทรัพย์ทางเลือกไม่อิงต่อปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เปิดเสนอขายถึงวันนี้ ถึง 26 มีนาคม นี้

นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนหลายปัจจัย โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อ ซึ่งมีความเสี่ยงจะทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นช่องทางส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกหยุดชะงัก

บลจ.วรรณ มองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะไม่ขยายวงกว้างเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค แต่จะยังส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทรงตัวในระดับสูงอยู่ที่ 70-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปีนี้ ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนด้านการขนส่ง ทั้งค่าประกันภัยและค่าระวางเรือสูงขึ้น และกดดันเงินเฟ้อในหลายประเทศ ทำให้ตลาดการเงินและสินทรัพย์เสี่ยงยังผันผวน

“ความเสี่ยงในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย ยกตัวอย่างเช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ทำผลตอบแทนได้ดีในช่วงที่ผ่านมา ก็เผชิญความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากนโยบายภาษีการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงปัจจัยการเมืองในประเทศ ได้แก่ การเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Election) ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯมีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนช่วงกลางปีนี้” นายพจน์กล่าว

ดังนั้น บลจ.วรรณ เล็งเห็นโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ต่ำกับตลาดการเงิน (Low Correlation) เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างนำเสนอขายกองทุนเปิด วรรณ ลิทิเกชั่น ไฟแนนซ์ 1 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (ONE-LITIGATE1-UI) วันนี้ ถึง 26 มีนาคม 2569

กองทุนนี้เป็นกองทุนสินทรัพย์ทางเลือกประเภท Feeder Fund มีนโยบายลงทุนในกองทุน SYZ Corinthians Uncorrelated Fund 1 ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ฯ (USD) ที่มุ่งเน้นไปที่สินทรัพย์ทางกฎหมาย (Legal Assets) และการจัดหาเงินทุนให้กับกระบวนการทางกฎหมาย (Financings of legal procedures) ผ่านการร่วมลงทุนโดยตรง (direct co-investments) การลงทุนในตลาดแรกและตลาดรอง (primary and secondary transactions) รวมทั้ง การให้เงินกู้แก่สำนักงานกฎหมาย (law firm lending) ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี (litigation proceedings) โดยกองทุนหลักบริหารจัดการโดยบริษัท SYZ Capital AG ซึ่งเป็นสถาบันการเงินจากสวิตเซอร์แลนด์

นายพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนในสินทรัพย์ทางกฎหมาย (Legal Assets) ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือกที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลก โดยมีขนาดตลาด Legal Assets อยู่ที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสามารถลงทุนได้กว่า 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันตลาด Litigation Finance ในปี 2025 ตลาดมีขนาดประมาณ 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีแนวโน้มเฉลี่ยประมาณ 11.1% ต่อปี และคาดว่าจะขยายตัวเป็น 6.72 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2037 ขณะที่ตลาดสินทรัพย์ทางกฎหมายขนาดใหญ่ของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศยูโรโซน จีน สหราชอาณาจักร และอินเดีย

“ความน่าสนใจของ ONE-LITIGATE1-UI คือการลงทุนใน Litigation Finance ซึ่งเป็นการให้ทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่โจทก์หรือผู้เสียหายในการดำเนินคดี โดยกองทุนจะได้รับผลตอบแทนจากส่วนแบ่งเงินชดเชยเมื่อชนะคดีความ ขณะเดียวกันยังมีรายได้จาก Law Firm Lending หรือการปล่อยกู้แก่สำนักงานกฎหมาย โดยได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยตามที่ระบุในสัญญา โดยผลตอบแทนที่คาดหวังก่อนหักค่าใช้จ่ายจากทางกองทุนหลัก (Gross IRR) อยู่ประมาณ 20-25% ต่อปี อีกทั้งในช่วงที่ตลาดการเงินมีความผันผวนสูงจากปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ กลยุทธ์การกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความสัมพันธ์ต่ำกับตลาดการเงิน ยังเป็นกลยุทธ์ที่มีนัยของปีนี้” นายพจน์กล่าว

ทั้งนี้ การให้ทุนสนับสนุนคดีความ (Litigation Finance) จะเป็นการจัดสรรเงินลงทุนเป็นงวด ๆ ตามความคืบหน้าของคดี ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของการบริหารเงินทุนอย่างมีวินัย และมีความยืดหยุ่น เนื่องจากกองทุนสามารถหยุดการลงทุนได้ทันที หากเงื่อนไขของคดีเปลี่ยนแปลงไป ต่างจากการลงทุนใน Private Assets แบบ committed structure ที่เงินลงทุนผูกพันตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดโครงการ

นอกจากนี้ จุดเด่นของกองทุน คือการกระจายการลงทุนในข้อพิพาททางกฎหมายหลากหลายอุตสาหกรรม บริษัทกฎหมาย และเขตอำนาจศาลทั่วโลก โดยคาดว่าพอร์ตการลงทุนจะเน้นคดีในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลียเป็นหลัก ซึ่งโครงสร้างดังกล่าวช่วยกระจายและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของคดี กรอบกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมในแต่ละประเทศ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 มี.ค. 69)